Long way to the Island : INDONESIA (Bali / Bromo / Ijen)

 

ทริปบุกป่าฝ่าดง ปีนผา ไต่เขา ในดินแดนแห่งภูเขาไฟ อินโดนีเซีย กับจุดหมายในฝันของใครหลายคน บาหลี โบรโม่ อีเจี้ยน ที่ทั้งโหด มันส์ พร้อมรับประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใครในโลก ใครอยากตามรอย ต้องอาศัยสกิลการอดหลับอดนอนพอสมควร เพราะเราเที่ยวจัดเต็มแบบ Non-stop สมชื่อ

5O0_2965

โดยทริปนี้เราเลือกบินไม่ใช่ใครที่ไหน Air Asia เจ้าเก่าขาประจำนั่นไง เพราะเขาบินตรงสู่บาหลีทุกวัน แม้ว่ารอบจะเช้าตรู่ แต่ก็ไปถึงบาหลีเร็วสามารถเที่ยวได้ทันที บินกับหางแดงที่ไรถึงเร็วกว่ากำหนดตลอดเลย

5O0_2968

พอขึ้นไปนั่งได้สักพักเราก็เผลอหลับไปนอนไหนไม่รู้ ตื่นมาอีกทีก็ใกล้ถึง เห็นลูกเรือกำลังประดับธงชาติอินโดเป็นทิวแถว มารู้อีกทีเราบินไปตรงกับวันชาติเขาพอดี บรรยากาศเลยสนุกสนานคึกครื้นเข้าไปอีก ฮ่าาา!!

5O0_2992

5O0_3011

Cover Bali

ทันทีที่เครื่องแลนดิ้งบนเกาะบาหลี เราก็รีบบึ่งไปจุดหมายแรกทันที Uluwatu Temple วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของบาหลี จุดเด่นคือมีพื้นที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง ติดชายฝั่งทะเลที่สวยงาม แถมยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งอีกด้วย

Uluwatu

5O0_3114

หลังจากลุยถ่ายภาพที่ Uluwatu เสร็จ เราตั้งใจจะไปเก็บแสงสุดท้ายที่วิหาร Tanah lot แต่โชคร้ายที่เราทำเวลาไม่ทัน ครั้นจะไปแก้มือตอนเช้ารุ่งขึ้นก็โดนพายุฝนโถมเล่นงาน ทำเอาถ่ายรูปไม่ได้ความเลย เสียจุยย ช่วงสาย ๆ เราจึงออกเดินทางไปยังน้ำตก Tegenungan อีกจุดหมายห้ามพลาดของเกาะบาหลี

Tegenunkan

ภาพถ่ายมุมกว้างทำให้เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ของผืนป่าอันเขียวขจี โอบล้อมน้ำตกน้อย เผยให้เห็นเหล่ามนุษย์ตัวเล็ก ๆ กำลังเดินสำรวจสิ่งที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น

5O0_3292

ถัดจากน้ำตกเรามาเที่ยวกันต่อที่ Goa Gajah ถ้าช้างศักดิ์สิทธื์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อายุนับพันปี ที่บอกเลยว่าทั้งขลัง น่าเกรงขาม และมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

Goa Gajah

5O0_3363

ก่อนจะมาปิดท้ายวันที่สอง ณ นาขั้นบันไดสุดฮ็อต “Tegalalang Rice Terrace” แหล่งท่องเที่ยวที่มาแรงที่สุดในบาหลี อาจเป็นนาขั้นบันไดที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนซาปา ประเทศเวียดนาม แต่มันมีเสน่ห์เฉพาะตัว ที่สามารถเดินลงไปตามทาง ลัดเลาะไปยังอีกฝั่ง เลือกมุมถ่ายรูปสวย ๆ ได้หลากหลาย พร้อมด้วยคาเฟ่เกร๋ ๆ ที่รอให้เราได้ไปนั่งละเลียดเครื่องดื่มและขนมขณะชมวิวทุ่งนาแห่งนี้ …-

Tegalalang

5O0_3427

5O0_3446

วันต่อมาเรายังคงออกไปเสพอารยธรรมเก่าแก่กันต่อ ที่ Gunung Kawi อนุสรณ์สถานแห่งราชวงศ์บาหลี ตลอดเส้นทางการเดินเข้าไปนั้น บอกตามตรงว่าเราเหมือนต้องมนต์สะกด สถานที่มันเหมือนกับในหนังล่าขุมทรัพย์สุดคลาสสิกอย่าง Indianna Jones และ Tomb Raider ยังไงยังงั้น

Gunung Kawi

5O0_3504

ภาพบนซ้ายคือความเข้าใจผิดของเรา เขาไม่อนุญาตให้ขึ้นไปบนบันได แต่เราให้เพื่อนเดินขึ้นไปเป็นแบบ เพราะเขาไม่มีป้ายติดไว้ว่าห้ามขึ้น ยังไงถ้าเพื่อน ๆ ไปก็อย่าขึ้นไปนะครับ เดี๋ยวโดนเจ้าหน้าที่ว๊ากใส่ อิอิ

5O0_3483

เราออกเดินทางกันต่อ ไปที่อีกจุดไฮไลท์ของบาหลี แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก กับการมาอาบน้ำที่บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ Pura Tirta Empul

Pura Tirta

5O0_3594

ระหว่างเดินถ่ายรูปอยู่ เราก็เกิดไปสะดุดตากับหญิงสาวผู้หนึ่ง เราจึงเฝ้าติดตามเธอทำพิธีกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เราได้เห็นทุกกระบวนการของความเชื่อแบบฮินดู ที่ทั้งขลังและทรงพลังสุด ๆ โดยหญิงสาวดังกล่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือผู้ประกาศสาวชาวบาหลีเจ้าถิ่นนี่เอง เรานี่มันตาถึงจริง ๆ แฮะ

 

5O0_3617

MT. Batur

พักอารยธรรมกันสักนิด เดี๋ยวจะเอียนกันซะก่อน เรากลับมายังที่พักเพื่อนอนเอาแรงตั้งแต่หัวค่ำ เพราะตีสองต้องตื่นเพื่อไปขึ้นรถ ที่จะพาเราไปยังภูเขาไฟบาตู เราจะต้องเริ่มเดินขึ้นเขาตอนประมาณตีสามครึ่ง เพื่อไปชมแสงแรกบนยอดเขา ความท้าทายอีกย่างที่เราอยากให้เพื่อน ๆ มาลอง

5O0_3691

วิวภูเขาด้านบนเราสามารถมองเห็นวิวของภูเขาไฟกูนุงและอากุง สองภูเขาไฟที่ปะทุคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ยิ่งถ้าฟ้าเปิด ๆ นี่มองห็นยอดรินจานีบนเกาะลอมบอกได้อีกด้วย

5O0_3677

ระยะทางในการเดินขึ้นเขาบาตูร์นั้นไม่ยากมาก แต่จะไปชันช่วงท้าย ใครเหนื่อยก็สามารถชมวิวอยู่ตรงชั้นหนึ่งได้ ส่วนใครแรงยังเหลือก็ลุยขึ้นไปจุดบนสุดได้เลย ส่วนเรานะหรอ จุดหนึ่งก็พอ ฮ่าาาาาาา

5O0_3737

5O0_3742

เดินลงเขาบาตูร์มาเสร็จ ตามธรรมเนียมนิยมของนักท่องเที่ยวก็จะมาแช่บ่อน้ำร้อน ให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย หลังจากใช้งานมาอย่างทารุณตลอดครึ่งวันเช้า ต้องบอกว่าควรค่ามาก ๆ ฝรั่งงานดีสุด ๆ เอ้ยย แช่น้ำแล้วร่างกายกระปรี้กระเปร่าสุด ๆ ไปเลยฮะ

ช่วงเย็นเราเดินทางมายังเดสทิเนชั่นอันดับต้น ๆ เป็นวิชลิสต์ของนักเดินทาง ที่มาบาหลีแล้วต้องมาที่แห่งนี้ Danau Bratan วิหารกลางน้ำ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม เวลาที่ดีที่สุดคือช่วงพระอาทิตย์ขึ้น แต่เราไม่สามารถมาได้ เลยมาเก็บแสงเย็นแทน ซึ่งมันก็สวยงามไปอีกแบบ

Bratan

 

5O0_3979

เราปิดท้ายบาหลีด้วยการล่องเรือที่หาด Lovina เพื่อชมพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า พร้อมกับชมโลมาสุดน่ารัก ซึ่งบอกก่อนว่าเขาเจอกันทุกลำ แต่ลำเราไม่ค่อยเอ็นจอยกับการตื่นเช้านี้สักเท่าไหร่ เพราะร่างกายเหนื่อยอ่อนสุดแรง จึงบอกให้คนเรือวกกลับหลังจากชมแสงแรกเสร็จ แต่แค่นี้ก็สุด ๆ สำหรับเราแล้ว …

Lovina

5O0_4104

พลาดชมโลมา แต่ก็ได้วิถีชาวประมงมาทดแทน เช้านี้ไม่เสียเปล่าแล้วล่ะ

5O0_4121

สายวันนั้นเรานั่งเรือข้ามฟากจากบาหลี มุ่งหน้าสู่เกาะชวา เพื่อเตรียมไปแอดเวนเจอร์กับ 3 สถานที่ที่แสนจะน่าค้นหาและน่าหลงใหล เราตื่นเต้นจนทนไม่ไหว แต่การนั่งรถเพื่อเข้าเมืองอีเจี้ยนนั้นก็ทำให้เราเพลียไม่ใช่น้อย เราต้องเข้าไปนอนในอุทยานแห่งชาติ เพื่อเตรียมร่างกายในการเดินขึ้นเขาในวันรุ่งขึ้น

Cover Ijen

การเดินขึ้นเขาอีเจี้ยน จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย เพราะหนทางไม่ได้ไกลอะไรนัก แต่มันชันอยู่ตลอดเวลา ใครไม่ไหวเขาก็มีลูกหาบคอยเข็นรถพาเราไปส่งด้านบนได้ ซึ่งราคาก็อยู่ที่ระยะทางที่เราเรียก เราตื่นกันตั้งแต่ตี 1 เพื่อจะไปถึงจุดเดินประมาณตี 3 เพื่อไปชมแสงแรกของบนบนปากปล่องภูเขาไฟที่มีกำมะถันหรือซัลเฟอร์คุกรุ่นอยู่ตลอด

5O0_4213

อีกเหตุผลที่เราต้องแหกขี้ตาตื่นก็เพราะไฮไลต์เด็ดอย่างการชม Blue Fire หรือ Blue Flame เปลวไฟสีน้ำเงิน อันเกิดจากเปลวควันของซัลเฟอร์ทำปฏิกิริยากับอ็อกซิเจน ทำให้เกิดเป็นเปลวเพลิงสีน้ำเงิน นับเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาดูได้ยากมาก ๆ

5O0_4243
ชมแสงแรกและทะเลหมอกยามเช้า
5O0_4355
ทะเลสาบ หินภูเขาไฟ และขุมทรัพย์กำมะถัน
5O0_4315
ชีวิต… ที่ต้องดำเนินไปพร้อมความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา

พอเข็มนาฬิกาเริ่มชี้ที่เลข 8 เราก็ต้องเร่งฝีเท้าเพื่อลงเขามาพักผ่อน เก็บประสบการณ์สุดสะบักสะบอมเอาไว้ ก่อนที่ช่วงบ่ายจะไปลุยน้ำตก Madakaripura น้ำตกสุดอลังการ ที่ทั้งลึกลับ สวยงาม และซ่อนเรื่องราวอันน่าค้นหาไว้มากมาย …

Madakaripura

5O0_4417

Madakaripura เป็นน้ำตกที่สูงมาก มีลักษณะเด่นไม่เหมือนใคร คือการน้ำใหลลงสู่เบื้องล่างที่เป็นเวิ้ง เต็มไปด้วยถ้ำและซอกหิน ทำให้น้ำนั้นสาดกระจายเป็นม่าน ทำให้เกิดภาพม่านน้ำตกสุดมหัศจรรย์ ภายในยังมีบ่อน้ำและม่านน้ำตกใหลผ่านอีกแห่ง โดยเราต้องปีนป่ายเข้าไป ต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร

ตามตำนานเล่าขานว่า ครั้งหนึ่งนักบวชผู้เคร่งศาสนานามว่า มาดาคาริปุระ ได้เดินเข้าไปทำบำเพ็ญภาวนา ณ น้ำตกแห่งนี้อยู่เป็นประจำ แต่ครั้งล่าสุดที่เขาเข้าไปนั้น เขาก็ไม่กลับออกมาอีกเลย เขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย นี่เป็นเรื่องราวที่น่าสะพรึงและมีมนต์ขลัง เหมาะกับน้ำตกแห่งนี้เสียจริง ๆ เพื่อน ๆ ว่ามั้ย ?

5O0_4436

 

The last way to the Island

Cover Bromo

5O0_4455

จุดหมายสุดท้ายในทริป คงจะหนีไม่พ้นพระเอกของเรา Mount Bromo ไฮไลต์สำคัญคือการตื่นแต่เช้ามืดประมาณตี 4 เพื่อเดินขึ้นมายังจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น Penanjakan Viewpoint กับการชมแสงอาทิตย์สีส้มฉาบกับภูเขาไฟ พร้อมด้วยทะเลหมอก ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่

5O0_4502

5O0_4507

วินาทีที่แสงอาทิตย์กระทบกับปากปล่องภูเขาไฟ ควันจากใต้พิภพก็พวยพุ่งขึ้นราวกับอสูรกายแห่งขุมนรก หันไปมองด้านซ้ายก็เจอกับวิวทะเลหมอก ลอยตัดกับทิวเขา เป็นภาพความงดงามสุดจะบรรยายจริง ๆ เราอยากให้เพื่อน ๆ ไปเห็นกับตาตัวเอง

5O0_4520

5O0_4562

เมื่อสภาพแสงเข้าสู่สภาวะปกติ ก็ได้เวลาลงไปสัมผัสกับการขึ้นรถจิ๊บตะลุยทะเลทรายเบื้องล่าง แวะถ่ายรูปชิคคูลกับรถและภูเขาไฟด้านหลัง ก่อนจะย่างกรายขึ้นปากปล่องด้วยเจ้าม้าสุดแกร่ง และนี่เป็นการขี่ม้าครั้งแรกของเรา ต้องบอกว่าทุลักทุเล ตื่นเต้นสุด ๆ เป็นประสบการณ์ครั้งใหม่ที่จะจดจำไปอีกนาน

บรรยากาศรอบด้าน เหมือนเราพาตัวเองเข้ามาอยู่ในซีนหนังล่าขุมทรัพย์อีกแล้ว การก้าวขึ้นบันไดไปยังปากปล่องภูเขาไฟ รองเท้านั้นแปดเปื้อนไปด้วยเศษผงของลาวา หูสองข้างก็ได้ยินการปะทุของใต้พื้นพิภพอยู่ตลอด ใจสั่นระรัว จนกระทั้งขาสองข้างมาหยุดอยู่ตรงขอบปล่อง …

5O0_4674

ความเป็นความตายนั้นห่างกันแค่เอื้อม หากเราประมาทกับชีวิตนิดเดียว ทุกอย่างก็จบ นี่คือสิ่งที่โบรโม่สอนเรา ทุกการเดินทางมันสอนเราเสมอ อยู่ที่เราเลือกจะเปิดรับ และมองในมุมที่แตกต่างออกไป …

5O0_4702

5O0_4738

5O0_4727

การเดินทางอันแสนยาวนาน การเดินทางแบบ non-stop กำลังจะสิ้นสุดลง แต่ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป

5O0_4742

เราลงมาจากโบรโม่ พร้อมกับคำถามที่ว่า คนเราจะยอมเสี่ยงเดินขึ้นไปหาเรื่องเฉียดตายแบบนั้นทำไม คำถามนี้ผุดขึ้นได้ไม่นานเราก็ได้คำตอบ …

“เราจะได้เห็นคุณค่าของลมหายใจที่เหลืออยู่ยังไงล่ะ”
นี่แหละ ลมหายใจจากพระเจ้าที่แท้จริง … Thanks God 🙂

 

 

 

Annapurna Base Camp : จากภูกระดึง … จนถึงหิมาลัย

ถ้าย้อนกลับไปหลายปีที่แล้ว ผมคงเฉย ๆ กับการเดินป่าปีนเขา จนกระทั่งได้เริ่มลองเมื่อเกือบสองปีก่อน หลังจากนั้นก็แทบไม่ได้หยุดอีกเลย จากการหัดเดินครั้งแรกที่ภูกระดึงจนถึงเนปาลในครั้งนี้ หากวัดระยะคงหลายพันกิโลฯ จากหลากหลายยอดเขาในเมืองไทย แต่กับการไต่ระดับความสูงบนเทือกเขาหิมาลัย มันคงจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อใกล้ถึงจุดหมาย… ผมมองเทือกเขาเบื้องล่างลอดหน้าต่างเครื่องบิน หากมีนกโบยบินผ่านมาคงจะมองเห็นความกังวลในแววตาคู่นี้เป็นแน่ … เห้อออ เราจะเดินไหวมั้ยนะ ?

การจองตั๋วเครื่องบินไปเนปาล ผมเลือกจองผ่าน Traveloka เพราะสะดวก ไม่หลายขั้นตอน เข้าใจง่าย แถมยังราคาดีอีกด้วยครับ
ทางไปจองตั๋วเครื่องบินสู่เนปาล กับ Traveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight

ก่อนจะเริ่มเรื่องราว อยากให้ชมแผนที่ที่เราต้องเดินก่อน

annapurna-base-camp-trekking-map
ขอบคุณภาพจาก nepalholidaybooking.com

อ้อมกอดของหิมาลัย พร้อมจะมอบประสบการณ์ใหม่ให้ผมแล้ว โดยเราต้องบินต่อจากกาฐมานฑุไปเมืองโพขราด้วยสายการบินที่ชื่อสุดแสนจะมงคลว่า “Buddha Air” จากนั้นต้องนั่งรถต่อไปยังเมือง Nayapul เพื่อเข้าสู่จุดสตาร์ท (ตามแผนที่) นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มเดินนะยังเหนื่อยขนาดนี้ ชักเริ่มท้อแล้วสิ

MZT_7047

วันแรกเราเดินจาก Nayapool ไปยัง Thike Dhunga เป็นการเดินเลียบถนนลูกรังไล่ระดับความชันไปเรื่อย ๆ ผ่านหมู่บ้าน Birethanti สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวเชอร์ปา (ชนเผ่าทีอาศัยอยู่ตามเทือกเขาหิมาลัย) “ดายูล่า” ไกด์ท้องถิ่นบอกกับเราว่าวันนี้ไม่อยากให้เหนื่อยมาก เป็นการเดินแบบง่าย ๆ เพื่อเก็บแรงไว้เจอกับของจริงในวันถัดไป ??

MZT_7049

MZT_7074

MZT_7088

ต้องบอกก่อนว่า “ดายูล่า” เปรียบเหมือนบุตรชายแห่งเทือกเขาหิมาลัย โดยเขาพิชิตเขาแถบนี้มาแล้ว 8 ยอด โดยเป็นระดับท้อปของโลกทั้งหมดรวมถึงเบอร์ 1 อย่างเอเวอเรสต์ด้วย ว่าแล้วก็อยากชวนดายูล่าไปกินหมูกระทะที่ภูกระดึงบ้างจัง

MZT_8017
“Dayula” Son of Himalaya
MZT_7146
ที่พักคืนแรก … Tikhe Dhunga
MZT_7138
Tikhe Dhunga Waterfalls

เสียงฝนห่าใหญ่ที่กระทบกับหลังคา ทำให้ผมตื่นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เสียงมันดังก้องอยู่ในหัว “วันนี้แม่งของจริงจริงด้วยว่ะ นี่กูต้องเดินฝ่าสายฝนแต่เช้าเลยหรอ?” แถมยังต้องเดินไต่บันไดนรกร่วม 3,000 ขั้น ที่ทั้งชันและสูงอีกต่างหาก วันนั้นผมจึงแทบไม่ได้ถ่ายรูปเลย

ทั้ง 14 คน เราเดินใส่ชุดกันฝนหลากหลายสีสัน ยังกับขบวนการมนุษย์ไฟฟ้า ฝ่าสายฝนไปพบกับฝูงลา บ้างก็ม้า บ้างก็ล่อ ที่ชาวบ้านมักจะต้อนไปขนของ ระหว่างทางหากเราเดินอยู่แล้วได้ยินเสี่ยงกระดิ่งมาแต่ไกล โปรดรู้ไว้นั่นไม่ใช่ไอติมไผ่ทอง เตรียมลบชิดด้านใน ห้ามหลบริมนอกเด็ดขาด เพราะฝูงลาพร้อมจะเบียดเราตกเขาได้ทุกเมื่อ ผมเองก็โดนเบียดล้มทิ่มพุ่มไม้ไปรอบนึง แถมเจ้าลายังทำหน้าโนสนโนแคร์ใส่อีก คิดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย

MZT_7503

ระยะทางเกือบ 20 กิโลเมตรเต็มไปด้วยความทุลักทุเล วันนี้เป็นหนึ่งในวันที่เราเดินไกลที่สุดก็ว่าได้ กับจุดหมายปลายทางที่มีชื่อว่า Ghorepani หมู่บ้านใหญ่ที่มองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขา Annapurna South ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเย็นวันนั้นธรรมชาติก็มอบเหรียญรางวัลเล็ก ๆ ให้กับเรา ด้วยภาพแสงอาทิตย์สาดกระทบทิวเขา พร้อมปุยเมฆนวลนุ่มสวยงามจับใจ ตกดึกก็ส่งดาวนับล้านดวงมากรีดกรายพร่างพราวเหนือเทือกเขา เราอึ้งจนแทบพูดไม่ออก

MZT_7231

MZT_7204

MZT_7277

ตอนเย็นค่ำว่าสวยแล้ว ตอนเช้าสวยยิ่งกว่า การมาเดินเส้น Annapurna สิ่งหนึ่งที่เราต้องเจอคือสภาพอากาศที่แปรปรวนตลอดเวลา ทั้งฝนตก แดดออก หิมะ และลูกเห็บ บางวันก็ฟ้าปิดจนแทบไม่เห็นวิวอะไรเลย โดยเฉพาะช่วงบ่ายมีโอกาสที่ฝนจะตกได้ทุกวัน เนื่องจากแสงแดดที่แผดเผาหิมะบริวณยอดเขา จะระเหยเป็นไอก่อตัวเป็นมวลหนาแน่นในอากาศ เราเดินกัน 9 วัน ฝนตกช่วงบ่ายถึง 6 วัน

MZT_7312

กลับไปที่เช้ามืด ณ Ghorepani เราต้องตื่นตั้งแต่ตีสามครึ่งเพื่อเตรียมเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ Poonhill จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเทือกเขาได้มากมาย ทั้ง Dhaulagiri (8167m สูงอันดับ 7 ของโลก) Annapurna I (8091m สูงอันดับ 10 ของโลก) Annapurna South ที่โดดเด่นเป็นสง่า และยอดเขาศักดิ์สิทธิ์อย่าง Machapuchre (Fish Tail) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า ยอดหางปลานั่นเอง แต่กว่าจะเดินขึ้นไปถึงก็เล่นเอาเกือบตาย เพราะเราไม่เคยเดินไต่ความสูงในระดับ 3,000 เมตรมาก่อน การหายใจค่อนข้างยาก บวกกับการตื่นก่อนไก่ขัน ใช้พลังงานทั้งที่ยังไม่ได้กินอาหารสักนิด แต่เราก็คลานมาถึง …

MZT_7337

MZT_7287

MZT_7296
Machhapuchhre (ุ6,933M)

เป็นวันที่ฟ้าเป็นใจ เราเห็นเทือกเขาหิมาลัยถูกฉาบไปด้วยแสงอาทิตย์เรืองรอง ผู้คนต่างเงียบไม่พูดกัน บ้างถ่ายรูป บ้างยืนมองด้วยความปลื้มปริ่ม ส่วนผมน้ำตาไหลอยู่หลังกล้อง เพราะลืมแบตไว้ที่ห้องพัก แฮ่!! เพราะประทับใจนี่แหละ ไม่คิดเหมือนกันนะว่าจะมาเห็นอะไรแบบนี้ รู้สึกขอบคุณตัวเองจริง ๆ

MZT_7392

MZT_7412

เรากลับลงมาที่ Ghorepani เพื่อเก็บของเตรียมอกเดินทางต่อไปยัง Tadapani ถึงแม้เส้นทางจะไม่ได้ยากมาก แต่ด้วยระยะทาง 23 กม. รวมกับที่เดินขึ้น Poon Hill ตอนเช้ามืด เราขอยกให้วันนี้เป็นวันที่โหดที่สุดในทริป ระหว่างเดินก็ได้แต่ร่ำร้องในใจว่าเมื่อไหร่จะถึงซะที เรามาถึง Tadapani ด้วยสภาพอิดโรยและอ่อนแรง อยากจะเข้าไปซุกตัวในถุงนอนแล้วนอนทันที แต่ในการเดินบนพื้นที่สูง ร่างกายนั้นจะค่อย ๆ ปรับตัว การนอนทันทีอาจทำให้เราเป็นโรคแพ้ความสูงได้ (AMS) ควรให้ร่างกายมีเวลาปรับตัวกับพื้นที่ต่าง ๆ สักระยะก่อน ถ้ารีบนอนนั่นเท่ากับเราไปสกัดกั้น จริง ๆ โรคนี้สามารถเป็นกันได้ทุกคน จะแข็งแรงมาจากไหนก็เป็นได้หมด ขึ้นอยู่กับความพร้อมและการปรับตัวของร่างกายแต่ละคน วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือควรเคลื่อนไหวร่างกายให้ช้าและดื่มน้ำบ่อย ๆ

ภาพระหว่างทางจาก Ghorepani ไป Tadapani

MZT_7472

MZT_7519

ในเส้นทางนี้เราจะพบกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ได้เจอกับเทรกเกอร์ต่างชาติมากมาย ร่วมถึงผ่านป่าโบราณ หมู่บ้านน่ารัก ๆ พร้อมกับร้านขายของท้องถิ่น ใครที่ชอบงานแฮนเมดรับรองว่าเสียเงินแน่นอน

MZT_7544

MZT_7567

ในเส้นทาง ABC ทีพักสำหรับ Trekker จะเป็นรูปแบบเกสต์เฮ้าส์ซุกตัวอยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ และยังเป็นแหล่งพบปะของเหล่านักเดินทาง ซึ่งแน่นอนว่ามิตรภาพดี ๆ มันเกิดขึ้นในที่แห่งนี้นี่เอง เราได้เพื่อนใหม่ทั้งชาวเกาหลี สเปน และมาเลเซีย ผู้ซึ่งหลงรักการเดินป่าเหมือนกันมาอยู่รวม ๆ กัน มันก็สุขใจดี

MZT_7624
หมู่บ้าน Tadapani
MZT_7623
ห้องอาหารของเกสต์เฮาส์ บรรยากาศไม่หนีกันเท่าไร

MZT_7583

แสงยามเช้าที่สาดส่องยอดหางปลาโดยเบื้องหน้าเป็นหมู่บ้าน นั่นเป็นภาพประทับใจสุดท้ายก่อนที่เราจะโบกมือลา Tadapani มุ่งสู่ Sinuwa เส้นทางที่เต็มไปด้วยความสวยงาม ทั้งเทือกเขา นาขั้นบันได และป่าโบราณ ราวกับถูกฉุดเข้าไปอยู่ในโลกเทพนิยายแฟนตาซี โชคดีที่วันนี้ส่วนใหญ่เป็นการเดินลง ลงอย่างเดียว ใครมีปัญหาข้อเข่าก็ต้องกัดฟันทนกันหน่อย

MZT_7616

MZT_7629

MZT_7655

MZT_7668

มาว่าถึงเรื่องอาหารการกิน เราก็ฟังจากคนที่เคยไปมาบอกว่าอาหารเนปาลรสชาติค่อนข้างแย่ แต่ละคนกลับมาน้ำหนักลงหลายกิโล ซึ่งมื้อแรก ๆ เราก็เห็นด้วย แต่ดายูล่าเห็นพวกเรากินกันน้อยก็ไม่สบายใจ จนมีมื้อนึงพวกเขาทำพิซซ่าเตาถ่านให้เรากิน ซึ่งมันอร่อยมาก หลังจากนั้นมาเราก็ได้กินพิซซ่าทุกวัน แล้วผมจะเอาอะไรไปผอมละเนี่ย ฮือออ!!

MZT_7254

ส่วนหัวหน้าเชฟก็เป็นลูกหาบของเรานามว่า “เชงบา” ชายวัย 38 กับมาดนุ่มนิ่มสุภาพเรียบร้อย ที่มาพร้อมกับยูนิฟอร์มเสื้อเชิ้ต+กางเกงสแล็ก บร๊ะ นี่มันลูกหาบหรือเซลล์แมนวะเนี่ย ?

MZT_7779
“เชงบา”

ผมขอมอบตำแหน่งลูกหาบที่แต่งตัวดีที่สุดในหิมาลัยให้เชงบาไปเลย นอกจากนี้เขายังเป็นขวัญใจของทุกคน จนได้รับฉายาว่าคุณสุภาพ หรือ Mr.Polite และ The Master of Pizza อีกดั้ว ธรรมดาที่ไหนล่ะ!

MZT_7693

MZT_7697
พายุลูกเห็บถล่มหมู่บ้าน

เรามาถึง Sinuwa Low ทันเวลาก่อนที่พายุลูกเห็บจะถล่มหมู่บ้าน แต่ก็เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นท่ามกลางลมหนาวและเม็ดฝน คืนนั้นเราได้นอนกันเต็มอิ่มพร้อมจะลุยกับความโหดในวันรุ่งขึ้นกับการไต่ระดับความสูงจาก 2,100M ไปสู่ 3,230M ที่เมือง Deurali บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยหินผา น้ำตก และธารน้ำแข็ง เท่านั้นไม่พอเรายังเจอกับพายุลูกเห็บถล่มระหว่างเดินด้วย ซึ่งเราชอบนะ มันสดชื่นดี แม้จะมีบ้างที่ตกใส่จนเจ็บ นับเป็นประสบการณ์ที่เราจะไม่มีวันลืมเลย แต่ก็แอบเสียดายที่วันนั้นถ่ายรูปมาน้อยจริง ๆ

MZT_7704

MZT_7716

Deurali เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ระหว่างซอกเขา เป็นช่องลม ทำให้อากาศหนาวมาก ประมาณ 5-9 องศา ทันทีที่มาถึงเราต้องหยิบอุปกรณ์กันหนาวออกมาใส่หลายชั้น ซึ่งปกติตอนเดินช่วงบนจะใส่แค่ Base Layer หรือเสื้อยืด เพราะมันร้อน (ร่างกายเผาผลาญอยู่ตลอด) บางบริเวณที่มีลมแรงหรือมีฝนก็ใส่เสื้อกันลมและกันฝนทับอีกชั้น ส่วนตามหมู่บ้านจะหนาวกว่า แนะนำให้ใส่เสื้อ Fleece และเสื้อขนเป็ดทับเป็นเลเยอร์ ถ้าเป็นของ The North Face จะเป็นขนห่าน หรือจะใส่เทอร์โมบอลที่เป็นใยสังเคราะห์ก็ได้ รับรองว่าไม่หนาวตายชัวร์

วิวจากที่พัก Deurali

MZT_7823

MZT_7856
ทางช้างเผือกหน้าหมู่บ้าน

MZT_7860

ผมนอนไม่หลับ ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ เรากำลังจะเดินถึงจุดหมายแล้วหรือนี่ Annapurna Base Camp ที่เราฝันถึง อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเป็นจริงแล้ว เราเดินเลาะผ่านช่องเขาและแม่น้ำ ค่อย ๆ ไต่ระดับความสูงแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบ เพราะความสูงจะทำให้เราเหนื่อยง่าย ซึ่งทางก็ไม่ยากไม่ง่าย มีจุดสวย ๆ ให้เราได้หยุดถ่ายรูปเป็นระยะ แสงแดดยามสาย ค่อย ๆ ลอดผ่านไล่เฉดเป็นเงาทับกับความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาหิมาลัย ที่เมื่อเทียบกับสเกลมนุษย์แล้วเราแทบจะเป็นเศษธุลี

MZT_7872

MZT_7887

MZT_7932

MZT_7971

เราแวะพักกินมื้อเที่ยงที่ Machapuchre Base Camp (MBC) ก่อนจะเดินฝ่าทางหิมะที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา ค่อย ๆ เข้าไปยังอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ (ห้ามนำเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้ามา ยกเว้นปลา เราต้องกินมังสวิรัติหลังจากผ่าน Sinuwa เป็นต้นมา)

MZT_8037

MZT_8059

ให้ตายเถอะ ผมไม่เคยอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหิมะมาก่อนเลย มันใกล้ชิดมาก ๆ โดยถ้าเป็นในรูทอื่นจะไม่มีฟีลแบบนี้ให้เห็น ถึงแม้ว่าจะหนาว จะเหนื่อย แต่มันมีความสุขและรู้สึกอุ่นอยู่ในใจ เหมือนเรามีภูเขาคอยคุ้มครอง ทุกครั้งที่ผมเดินป่าปีนเขาจะรู้สึกปลอดภัยเหมือนเราได้อยู่บ้าน ทั้งที่จริงแสนอันตราย แต่สุดท้ายขาสองข้างที่ก้าวแทบไม่ไหว แต่ยังมีหัวใจที่ห้าวหาญ มันพาผมมาถึง ABC จนได้ เป็นจริงอย่างที่เขาบอกเกี่ยวกับการเทรกกิ้งว่า “แม้ร่างกายจะไม่ไหวแค่ไหน แต่ถ้าใจสู้ ยังไงก็ไปถึง”

MZT_8098

MZT_8148

MZT_8290

ณ จุดเช็คพอยท์ ที่ความสูง 4,130M ผมถือภาพของชายต้นแบบเรื่องความเพียรพยายาม พระองค์เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนของผมและจะสถิตอยู่ในดวงใจตราบนิจนิรันดร ผมเดินเข้าไปยังเบสแคมป์ด้วยความภาคภูมิใจ มื้อเย็นวันนั้นอาหารยังคงเป็นพิซซ่า by เชงบา เช่นเคย และเราก็กินมันอย่างไม่เบื่อ อาจเพราะเราใส่รสชาติแห่งความสำเร็จลงไปด้วย

MZT_8200
Annapurna Base Camp ยามค่ำคืน
MZT_8192
Milky Way

รุ่งเช้าก่อนจะจากลา Annapurna เราออกไปสัมผัสแสงแรกบนเนินเขาหลังเบสแคมป์ ฟ้าเปิดเป็นใจอีกครั้ง เราถูกล้อมด้วยภูเขา Anna-South ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ด้านซ้ายเป็น Anna-I ทอดยาวราวกับป้อมปราการ ส่วนเบื้องหน้าคือ Fish Tail (มัจฉาปูชเร) ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถไปพิชิตได้สักคน

MZT_8215
Annapurna I (8091M)
MZT_8212
Annapurna South (7219M)
MZT_8225
Machhapuchhre (ุ6,933M)

ดวงอาทิตย์ยังคงเหนียมอาย ค่อย ๆ ปล่อยแสงเป็นลำแพร่กระจายเป็นแฉกทั่วฟ้า มันสวยจนเกินบรรยาย ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง พลางคิดในใจว่า “รู้แล้วล่ะ ว่าเราเดินฝ่าความยากลำบากมาถึงจุดนี้เพื่ออะไร” เชื่อเหลือเกินว่าหลังจากนี้ผมคงศรัทธาในตัวเองมากว่าเดิม นั่นคือสิ่งสำคัญที่เราควรมีในชีวิต สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ ขอแค่เราตั้งใจทำ ทำอย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายมันก็จะสำเร็จ

MZT_8249

MZT_8257

ระยะทางไป-กลับทั้งหมด กว่า 200,000 ก้าวที่เดิน รวม 157 กิโลเมตร เป็นตัวเลขที่เกินจินตนาการผมไปพอสมควร จากภูกระดึงในวันนั้น จนมาถึงหิมาลัยในวันนี้ ความรักและความศรัทธาพาผมมาไกลมากจริง ๆ  และต่อให้จุดหมายไกลเท่าไร ถ้าหัวใจพร้อม ยังไงก็ไปถึง …

MZT_8293

MZT_8321

MZT_8295

MZT_8329

กราฟสรุปการเดินทางของเรา

Trekking Stat

Day 1 : Bangkok – Kathmandu
Day 2 : Kathmandu – Pokhara

Trekking
Day 3 : Pokhara – Trekking Nayapul-Tikhe Dhunga (11 Km. / 4-5 Hrs)
Day 4 : Tikhe Dhunga – Ghorepani (17 Km. / 6-7 Hrs)
Day 5 : Ghorepani – Poonhill – Tadapani (23 Km. / 7-8 Hrs)
Day 6 : Tadapani – Sinuwa Low (22 Km. / 7-8 Hrs)
Day 7 : Sinuwa Low – Deurali (23 Km. / 7-8 Hrs)
Day 8 : Deurali – Annapurna Base Camp (14 Km. / 6-7 Hrs)
Day 9 : Annapurna Base Camp – Sinuwa Low (33 Km. / 8-9 Hrs)
Day 10 : Sinuwa Low – Jhinu (10 Km. / 4-5 Hrs)
Day 11 : Jhinu – Nayapul (23 Km. / 5-6 Hrs) – Pokhara

Day 12 : Pokhara – Kathmandu
Day 13 : Kathmandu – Bangkok

“ลำคลองงู” ผจญภัยมหาถ้ำ ลุยป่า ปีนเขา โดดน้ำตก มันส์ครบรสในทริปเดียว

แรกเริ่มเดิมทีเราเห็นภาพถ้ำนี้ ปรากฎตามสื่อท่องเที่ยวต่าง ๆ เมื่อหลายปีก่อน จนอดคิดไม่ได้ว่าเมืองไทยของเรามีถ้ำที่มหัศจรรย์ขนาดนี้เชียวหรอ กับเสาหินที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกและหินผารูปร่างประหลาดมากมาย ทำให้ “ลำคลองงู” กลายเป็น 1 ในสถานที่ในฝันของเราเลยล่ะ

Cover

ถามว่าตั้งแต่เราเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ เดินป่า ปีนเขามา ทริปไหนโหดที่สุด ก็ขอตอบเลยว่า ถ้ำลำคลองงูนี่แหละ ที่แม้ระยะทางการเดินจะไม่ได้มากมาย แต่กิจกรรมที่แสนท้าทาย พาให้ร่างกายเราเหนื่อยล้าเอาได้ง่าย ๆ แต่ก็แลกมาด้วยความมันส์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น เอาเป็นว่าคุ้มค่ากับความโหดแล้วกันเนอะ ใครที่ถวิลหาความระห่ำโปรดมาวัดกันที่นี่ได้ รับรองถึงใจ

DCIM100GOPROGOPR0916.JPG

หากใครสนใจอยากไปเที่ยวกาญจนบุรี หรือลำคลองงู การหาที่พักกาญจนบุรี ก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะมีแอพจองที่พัก Traveloka เป็นตัวช่วยให้การจองที่พักกาญจนบุรี เป็นเรื่องที่ง่ายมากกว่าเดิม ด้วยข้อดีของที่พักกาญที่มีให้เลือกเยอะมาก แถมยังราคาไม่แพง มีโปรโมชั่นออกมาให้ใช้กันได้ตลอด ไม่ว่าจะไปเที่ยวช่วงไหน ไม่เว้นแม้ช่วงไฮซีซั่น คุณก็จะได้จองที่พักราคาดีๆ จากแอพทราเวลโลก้านี้

MZT_9834
รวมพลที่อุทยาน ก่อนขึ้นรถโฟร์วีลไปจุดเดิน

การมาเที่ยวลำคลองงู ทางอุทยานฯ เขาจะจัดทริปไว้ให้ 2 วัน 1 คืน ทั้งหมด 2 เส้นทาง โดยวันแรกเป็นวันที่เหนื่อยที่สุดกับการเดินป่าดิบเขาที่อากาศร้อนจัด แต่ก็ยังดีที่มีน้ำตกให้โดดพอให้คลายร้อน รวมระยะทางไปกลับ 8 กิโลเมตร (เดิน+ลอยน้ำ) เพื่อไปชมเสาหินที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลก แค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่ป่ะล่ะ

MZT_9837
เส้นทางป่าไผ่
MZT_9848
เป็นครั้งแรกที่เดินป่าใส่ชูชีพ

แค่เห็นภาพก็สัมผัสได้ถึงความร้อนแล้วใช่มั้ยล่ะ ถามว่าทำไมลำคลองงูถึงเปิดหน้าร้อน ก็เพราะว่าหน้าฝนหรือหน้าหนาว น้ำตกที่เราจะไปโดดกันน้ำมันจะเยอะและกระแสแรงมาก มีความอันตรายถึงชีวิต หน้าร้อน (มีนาคม-เมษายน) จึงเป็นช่วงที่ทางอุทยานฯ เปิดให้เข้ามาเที่ยวกันเพียงปีละ 2 เดือนเท่านั้น

MZT_9931

MZT_9888

หลังจากเดินป่าฝ่าความร้อนมาได้ เราก็ถึงน้ำตกและลำธารซะที เป็นช่วงเวลาที่แสนสดชื่นที่เรารอคอยมาตลอด เมื่อผิวกายถูกละอองน้ำเข้าปะทะ และมันจะทะลวงเข้าไปชโลมถึงหัวใจ หากเรากระโดดทิ้งตัวสู่ผืนน้ำ ปล่อยให้ร่างกายเป็นอิสระท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ …

MZT_9880

MZT_9866

ก่อนจะถึงช่วงไฮไลท์กับการลอดถ้ำลุยน้ำ ก็ขอแวะถ่ายรูปในมุมเท่ ๆ กันหน่อย เพราะมันไม่ได้มากันง่าย ๆ นี่เนอะ

IMG_0071

MZT_9908
มาาา พร้อมไปลุยถ้ำแล้ววววววววววว!!
DCIM100GOPROGOPR0843.JPG
เส้นทางสมบุกสมบัน
DCIM100GOPROGOPR0850.JPG
เกาะเชือกฝ่ากระแสน้ำ โคตรมันส์
MZT_9893
เราเดินทางทางสุดโหดมาเพื่อสิ่งนี้
MZT_9895
“ถ้ำเสาหิน” ยิ่งใหญ่อลังการ แต่เสียดายที่มันมืดไปหน่อย ถ่ายรูปลำบาก

ขาออกจากถ้ำเรากลับเจอสิ่งที่พีคกว่า คือทางที่เราจะกลับไปจุดเล่นน้ำเมื่อสักครู่เพื่อกินข้าวกลางวัน คือหน้าผาสูงประมาณ 4 เมตร ซึ่งเราต้องโดดลงสู่ผืนน้ำแล้วลอยคอไป เพราะถ้าไม่โดดคืออดกินข้าว ในเมื่อไม่มีทางเลือก ก็โดดสิครับ เพราะถ้ามาลำคลองงูแล้วไม่โดด ถือว่ามาไม่ถึง ที่สำคัญอย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่าใจไม่ถึง 555

IMG_0200

MZT_9873

MZT_9922

หลังจากขึ้นจากน้ำก็เล่นเอาหมดแรง เพราะในถ้าเสาหินนั้นค่อนข้างลื่น เดินยาก แถมยังต้องหลบหลีกหินคม ๆ ซึ่งเราโชคดีมาก ๆ ที่ไปถอยรองเท้าคู่ใหม่ถอดด้ามอย่าง Ultra Fast pack ll GTX จาก The North Face ที่เห็นว่ากระแสกำลังมาเลย

ต้องบอกเลยว่าน้ำหนักเบา กระชับแต่นุ่มสบาย ช่วยให้เดินได้คล่องตัว แถมกันน้ำได้ 100% เวลาเดินลุยน้ำนี่หายห่วง เรารู้สึกว่ามันระบายอากาศได้ดี คงเป็นเทคโนโลยีจาก Gore-tex  ซึ่งที่ลำคลองงูเราไม่ได้แค่ลุยน้ำ แต่เราต้องกระโดดน้ำ ยังไงก็เปียกทั้งตัว แต่พอขึ้นมาบนบก ร้องเท้าคือส่วนที่แห้งก่อนเลย

*Gore-Tex คือ ยี่ห้อของวัสดุกันน้ำและระบายอากาศ ที่ได้รับความไว้วางใจเรื่องประสิทธิภําพมากที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก

MZT_9905

เท่าที่เราศึกษาข้อมูลมา รองเท้ารุ่นนี้ผลิตจากยางชนิดพิเศษ ด้วยเทคโนโลยี Vibram Mega Grip  ช่วยให้พื้นรองเท้ายึดเกาะบนพื้นผิวที่วิบากได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราบอกเลยว่ามันเวิร์คมาก รู้สึกในทุกย่างก้าวที่เราเดิน มีความปลอดภัย เพื่อนร่วมทริปหลายคนยังมีลื่นกันบ้าง แต่เราไม่มีเลย เวลาปีนป่ายก็หนึบ เหยียดขาลงทางลาดก็หนับ ลดความเสี่ยงอันตรายต่อเท้าของเราได้มากจริง ๆ

*Vibram คือ ยี่ห้อของวัสดุพื้นยางรองเท้าสำหรับกิจกรรมเอาท์ดอร์ ที่ได้รับความไว้วางใจเรื่องคุณภาพมากที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก

MZT_9903

รองเท้ารุ่นนี้นอกจากจะดูดซับและระบายความชื้นได้รวดเร็วแล้วยังป้องกันความอับชื้นได้ด้วย ด้วยเทคโนโลยี Flashdry มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นและทำให้แห้งได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเราก็สัมผัสได้ว่ามันแทบจะไม่มีกลิ่นเลย

ต้องบอกก่อนว่ารองเท้ารุ่นนี้ไม่ได้ออกแบบถึงขั้นเล่นน้ำได้ แต่ที่เราใส่ไว้ตลอดเพราะป้องกันการบาดเจ็บที่เกิดจากหินใต้น้ำ เพราะหลายช่วงในทริปเราต้องกระโดดน้ำตก และลอยคอในน้ำ มันเสี่ยงมากที่เท้าจะได้รับอันตราย ซึ่งเท้าของเราปลอดภัยดี ไม่มีบาดแผล มีแต่ความเปื่อยล้วน ๆ (ฮาาาา)

IMG_0328

หลังจากกินข้าวเสร็จนั้นเราก็เดินกลับผ่านเส้นทางอันร้อนแรง แต่คราวนี้คือเดินขึ้นอย่างเดียว บอกเลยว่าอ่อนล้ามาก ถ้าไม่ได้ Ultra Fast pack ll GTX จาก The North Face ช่วยไว้คงจะแย่กว่านี้แน่ ปกป้องมั่นใจทุกก้าวย่าง ไปได้รวดเร็ว มั่นใจตามต้องการ

MZT_9924

เรากลับขึ้นมานอนเต๊นท์ที่อุทยาน พักผ่อนเอาแรงกับทริปเส้นทางที่ 2 ในวันรุ่งขึ้น ที่รับประกันความสนุก โหด มันส์ ฮา แถมเดินน้อยกว่าวันแรกตั้งครึ่งนึง ที่สำคัญยังได้โดดน้ำตกอีก 2 จุด เล่นน้ำกันอย่างจุใจ

IMG_9894

MZT_9947

IMG_0393

MZT_9968

กล้ามเนื้อที่อ่อนล้ามาจากเมื่อวานส่งผลให้การเดินเชื่องช้าลง แต่เราก็ไม่ย่อท้อ บุกบั่นมาจนถึงปากทางเข้าถ้าหินเวิลด์คัพ (ซึ่งเราไม่ได้เข้าไปเพราะมืด น้ำแรง อันตรายมาก) แต่แค่ได้ถ่ายรูปที่ปากถ้ำก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ภายใต้ผืนป่าและหินผาขนาดมหึมา ทำให้เรารู้สึกตัวเล็กนิดเดียว ไม่มีประโยชน์หรือคุณค่าต่อป่านี้แต่อย่างใด ธรรมชาติช่วยทำให้เราตัวเบาลง แทบจะวางอีโก้จอมปลอมทิ้งเสียตรงนั้น!

IMG_0494

เราเดินลัดเลาะฝ่าไปตามซอกหินเพื่อไปหาจุดหมายหลักของเรานั่นก็คือ “ถ้ำนกนางแอ่น” ซึ่งต้องกระโดดน้ำตกแล้วปล่อยให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของผืนน้ำ ลอยไปอย่างอิสระ ท่ามกลางหมู่แมกไม้ เสียงนกน้อยและสายน้ำ ที่สอดประสานเป็นความไพเราะจนอยากจะหยุดเวลาไว้ …

IMG_0606

DCIM100GOPROGOPR0902.JPG

DSCF9273
เอาขึ้นจากน้ำแค่แป๊บเดียว ก็แห้งแล้ว

แม้จะบุกป่าฝ่าดงปีนหิน หรือลุยน้ำจนเปียกแฉะ แต่  Ultra Fast pack ll GTX  จาก The North Face ก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์จริง ๆ โดยเฉพาะตอนโดดน้ำลงไป เรามีโอกาสที่เท้าเราจะไปโดนหิน ก็ได้รองเท้าคู่นี้แหละค่อยเซฟเราไว้หลายต่อหลายครั้ง

MZT_9910

DCIM100GOPROGOPR0872.JPG

DCIM100GOPROGOPR0921.JPG

ในที่สุดเราก็มาถึงถ้ำนกนางแอ่น สุดยอดสถาปัตยกรรมแสนวิจิตร โดยศิลปินนามว่า “ธรรมชาติ”

MZT_0016

IMG_0832 - Copy
ภายใต้ความยิ่งใหญ่

MZT_0048

เรานั่งพักกันจนตัวแห้ง เพื่อเดินไต่หินไปยังจุดไฮไลท์ที่สุดในการมาเยือนอาณาจักรลำคลองงู นั่นก็คือหินอีกาและหินเอเลี่ยน ซึ่งบอกตามตรงว่า เราแทบจะไม่ต้องใช้จินตนาการแม้แต่นิดเดียว เพราะธรรมชาติได้รังสรรค์ไว้ยังกับมีต้นแบบ มันทั้งยิ่งใหญ่ สวยงามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

IMG_0973

MZT_0076
หินอีกา
MZT_0087
หินเอเลี่ยนสุดพิลึก
MZT_0085
นอกจากเอเลี่ยน ทางซ้ายเราว่าหินอนาคอนด้าแน่ ๆ
IMG_1040
ถ่ายรูปกับชาวแก๊งเป็นที่ระลึกซะหน่อย

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น เรากลับพบว่า “ลำคลองงู” ได้ให้ของขวัญพิเศษกับเราหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ “ความกล้า” เรากล้าพูดเลยใครที่มาผจญภัยที่นี่ ได้โดดน้ำตกที่นี่ คุณสามารถไปลุยที่อื่นได้สบาย เพราะสามารถเอาชนะความกลัวใจจิตใจ เอาชนะใจตัวเองได้สำเร็จ ซึ่งเราก็มาสังเกตตัวเองดูจากทริปถัดมา …

เออว่ะ กูกล้าขึ้นเยอะ !! โดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

IMG_1063
โดดปิดท้าย เพื่อลอยน้ำไปขึ้นฝั่งกลับอุทยานฯ

หากเพื่อน ๆ อยากจะมาตะลุยแหลกแหวกโลกที่ลำคลองงูละก็ ลองติดต่อสอบถามที่อุทยานฯ ได้เลยครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติลำคลองงู
อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โทร. 082-2473352
Nonstop Journey X The North Face Thailand