Road Trip : 5 วัน 4 คืน เที่ยวเชียงใหม่หน้าฝน สูดความสุขของการเดินทางให้ชุ่มปอด

ขับรถเที่ยวเชียงใหม่ 5 วัน 4 คืน พาร่างกายและหัวใจไปกระแทกความสุข ผ่านไอหมอก ป่าเขา พร้อมมิตรภาพของกันและกัน รวมทั้งเก็บเอารอยยิ้มของผู้คนที่พบเจอมาไว้ในความทรงจำ ในสถานที่ที่เราคัดสรรมาให้คุณผู้อ่านได้เติมเต็มอรรถรส และพร้อมจะออกเดินทางไปตามรอยเส้นทางของเราครับ

DSC09492

ทริปนี้เราแพลนล่วงหน้าไว้ค่อนข้างนาน โดยเลือกจองตั๋วผ่าน Traveloka เพราะสะดวก ดูไฟลท์ง่าย โดยมาลงล็อคที่ Vietjet Air มีเที่ยวบินให้เลือกเยอะดี จองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ กับ Traveloka คลิกจอง > https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Chiang-Mai.CNX 

Screen Shot 2563-07-14 at 20.57.04

DSC06059

พอถึงเชียงใหม่ เราก็รอรถเช่าที่ดีลไว้เรียบร้อย และแน่นอนว่าก็ใช้บริการจาก Traveloka เช่นเคย หลายคนอาจยังไม่รู้ เพราะนี่คือบริการใหม่ของเขา พิเศษตรงที่สามารถเช่าได้ล่วงหน้า จะเช่าแบบมีคนขับก็ได้ หรือจะขับเองก็ได้ แถมราคาไม่แพง เริ่มต้นไม่เกิน 600 บาทต่อวัน มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย นัดคืน-รับรถที่สนามบินได้

เช่ารถเชียงใหม่กับ Traveloka จองเลย > https://www.traveloka.com/th-th/car-rental/city/chiang-mai

Screen Shot 2563-07-14 at 20.57.31

DSC09515

หลังจากลงเครื่องตั้งแต่เช้า รับรถเสร็จ เราก็ต้องหากาแฟดื่ม พอดีมีคาเฟ่เปิดใหม่นามว่า Flat Cafe ตรงศรีวิชัยซอย 4 ที่ได้ข่าวว่าร้านเปิดเช้า เอาใจวัยทำงาน แถมยังดีไซน์ได้มินิมอลสุดคลีน เกาหลีมาก ๆ

DSC07690

ร้านคลีนสะอาดตา เครื่องดื่มกับขนมก็รสชาติเป็นเอกลักษณ์

DSC07687

เรานั่งละเลียดปล่อยเวลาให้ไหลไปสักพัก ก่อนจะเข้าไปเช็คอินเข้าที่พัก The Inside House หนึ่งในโรงแรมที่ร้อนแรงที่สุดของเมืองเชียงใหม่นาทีนี้

28

25

Happiness comes from inside.

“ความสุขออกมาจากข้างใน” นั่นคือคอนเซ็ปต์หลักของโรงแรมใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่มีชื่อชวนค้นหา … The Inside House เพียงไม่กี่นาทีที่สองเท้าย่างเก้าเข้ามา ก็รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย จากแววตาท่าทางของพนักงานต้อนรับ การพูดจาที่ฉะฉานจริงใจและน่าฟัง รวมไปถึงบรรยากาศอันร่มรื่นของเหล่าพฤกษา
โดยเฉพาะต้นโพธิ์เก่าแก่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าอาคาร ทำให้ใจรู้สึกสงบเหมือนอยู่บ้าน

22

DSC06038

ประกอบกับการผสมผสานงานสถาปัตยกรรม Lanna Colonial Style แบบยุค 1920′ ที่ดูโก้หรู คลาสสิก ดั่งผู้ดีในตระกูลชั้นสูงนอกเหนือจากดีเทลการตกแต่ง ที่มีความวิจิตรงดงามแล้ว การจัดการพื้นที่ในอาคารก็สามารถทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจโดยสร้างห้องสไตล์ Pool Suite ไว้ถึง 13 ห้อง

ซึ่งเราได้พักห้องที่ขายดีและจองยากที่สุดอย่าง Doi Suthep Pool Suite ที่มีจุดขายอยู่ที่สระว่ายน้ำตรงระเบียง ที่สามารถเปิดโอเพ่นแอร์แช่น้ำชมวิวทิวเขาและดอยสุเทพที่อยู่ลิบ ๆ ได้ ด้านงาน Texture นั้นจะเน้นใช้หินอ่อนเป็นหลัก ทำให้ดูหรูหราเว่อวัง โดยเลือกใช้สีขาวและสีเขียวมะกอกมองแล้วรู้สึกคลีน ๆ สบายตา (อันนี้จากความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

20

การต้อนรับด้วยผลไม้สดและแชมเปญในห้องคือ First Impression แรกที่เรารู้สึกตกหลุมรักห้องนี้เข้าอย่างจัง จากนั้นก็สั่ง Afternoon Teaที่จัด Presentation ออกมาได้น่าทึ่งอึ้งมากที่พลาดไม่ได้คือการสั่ง Floating Breakfastชุดใหญ่มากินกันเริ่ด ๆ ในสระ จากนั้นก็จัดแจงคอมโพสต์ถ่ายภาพกันแบบ Nonstop

ใครจะคิดว่ากลางเมืองเชียงใหม่จะมีที่พักลักษณะนี้ซ่อนตัวอยู่ ยิ่งออกเดินทางเราจะยิ่งค้นพบสถานที่ดีต่อหัวใจมากขึ้นเรื่อย ๆ และที่นี่ The Inside House จะเป็นจุดหมายที่ติดอยู่ในความทรงจำของเรา ไปอีกนานแสนนาน …

วันรุ่งขึ้น เรามีโปรแกรมมุ่งไปที่แม่ริม ม่อนแจ่ม แต่ก่อนอื่นขอเสาะหาคาเฟ่ใหม่ ๆ ไปปลีกวิเวกนั่งชิลสักพัก จนกระทั่งมาเจอชื่ออันแสนสะดุดตาของร้านนี้ Enough for Life คาเฟ่สไตล์วินเทจเกาหลี

DSC00796

ภายในเป็นเหมือนบริเวณบ้าน มีต้นไม้ร่มรื่น เน้นงานวัสดุจากไม้ ตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูน่ารักไปหมด เมนูที่ต้องสั่งคือ Enough Coffee กาแฟสูตรเกาหลี สำหรับผมนี่คือกาแฟที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เคยดื่มมา

DSC00801

ที่สำคัญเขามีมุมถ่ายรูปเพียบเลยนะ ใครสายมินิมอล คงจะชอบมาก นอกจากนี้ยังมีงานแฮนเมด งานคราฟท์เก๋ ๆ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือนต่าง ๆ วางจำหน่ายด้วย

DSC00840

07

พอเลยเที่ยง เราก็รีบบึ่งรถมาที่ม่อนแจ่มกันทันที เพื่อไปซุกตัวอยู่บนเขาท่ามกลางธรรมชาติ โดยมีที่พักที่ชื่อว่า บ้านภูหมอก เป็นสถานที่พำนัก

02

13

บ้านภูหมอก ที่พักที่อยู่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในบริเวณนี้ เป็นตัวเลือกที่เราสนใจ เพราะมีความเป็นส่วนตัว แยกออกจากที่พักอื่น ๆ อย่างชัดเจน มีวิวภูเขาที่สวยงามรอบด้าน พร้อมกับแปลงผักกาดกว้างใหญ่ มองไปทางไหนก็น่าตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด

16

 

ตกค่ำก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศเย็น ๆ ชื้น ๆ ปิ้งหมูกระทะ ซดน้ำร้อน ๆ เป็นความอภิรมย์ที่เอาอะไรมาแลกก็คงยอมได้ยาก แต่ความพีคมันอยู่หลังจากที่เข็มนาฬิกาวนไปที่เลขเจ็ดแสงแดด กลุ่มก้อนของเมฆหมอก ค่อย ๆปกคลุมทิวเขา บวกกับกลิ่นของเม็ดฝนที่ถูกสูดผ่านสองรูจมูกเข้าไปในปอดจนล้นปรี่ เป็นความสุขที่ไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ แต่หัวใจ … กลับพองโต

28

เป็นค่ำคืนและช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ได้เจออากาศหนาว ๆ ฉ่ำใจ มองไปทางไหนก้เขียวชื่นใจไปเสียหมด ขับรถจากในเมืองขึ้นมาแค่ชั่วโมงหน่อย ๆ ก็ฟินกันได้ขนาดนี้แล้ว นี่แหละผมถึงรักเชียงใหม่

12

ถัดมาเข้าสู่วันที่สามของทริป เราจะขยับไปไม่ไกล ยังอยู่ในแม่ริมต่อ แต่เป็นแถบโป่งแยง แวะกินกาแฟวิวภูเขา ที่ Jungle De Cafe ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติอย่างเต็มที่

DSC09614

โดยที่นี่นั้นยังเป็นที่ตั้งของ Pongyang Jungle Coaster & Zipline กิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดมันส์ ที่โดดเด่นด้วยการเล่นซิปไลน์ ห้อยโหนโจนทะยานไปยังจุดต่าง ๆ กลางป่า พร้อมความท้าทายใหม่ ๆ กับการไต่เชือก โรยตัว ปีนบันได หรือถีบจักรยานลอยฟ้า ก็ทำให้เราได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

DSC09499

DSC09514

DSC09559

อีกสิ่งที่ห้ามพลาดคือการเล่น Coaster ที่เราสามารถบังคับเองได้ง่าย ๆ บอกเลยว่าสนุกมากกกกกกก

DSC09598

เราเล่นกันจนถึงบ่ายแก่ ๆ ก็ได้เวลาเข้าที่พักแล้ว ซึ่งแถบโป่งแยงก็มีหลายโลเคชั่นให้เลือก ส่วนเรานั้นจิ้มเป้าไปที่ Mori Natural Farm ฟาร์มสเตย์ สไตล์ย้อนยุคของไทยผสมผสานกับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างน่ารักลงตัว

created by dji camera

05

โมริ เนเชอรัล ฟาร์ม เป็นโมเดลที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานสิ่งปลูกสร้างหลากสัญชาติมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สร้างตามวัสดุที่มีและหาได้ง่าย ที่นี่มีทั้งบ้านหลองข้าวเรือนยกสูงแบบ Thai Urban บ้านเรียวกัง บ้านพักสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีทั้งมุมจิบชาและบ่อแช่ออนเซ็นส่วนตัว บ้านคอจเทจบ้านตากอากาศสไตล์คันทรีฉบับยุโรปที่มีความน่ารักกุ๊กกิ๊กร่วมสมัย

10

35

ฟาร์มแห่งนี้ถูกเนรมิตขึ้นโดยคุณปอ วิศวกรหนุ่มใหญ่ และคุณเมี่ยง อดีตแอร์โอสเตสสาว ร่วมกันบ่มเพาะโมริด้วยความรักและความเอาใจใส่อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องพัก หรือแม้แต่อาหารการกินที่ใช้ผักปลอดสารที่ปลูกเองและวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม

40

ไฮไลต์ของที่นี่ นั่นก็คือเหล่าน้องหมาขนปุยสายพันธุ์อากิตะ สุนัขดั้งเดิมจากญี่ปุ่น และเจ้าแม็กซ์ โกลเด้นผู้ใจดีและขี้เล่น ที่พร้อมจะมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้มาเยือน ที่นี่จึงเป็นอีกที่พักแนวฟาร์มสเตย์ที่เรารักมากที่สุด

17

created by dji camera

หลังจากโบกมือลาโมริ ฟาร์ม หัวใจก็หม่นหมอง เพราะคิดถึงบรรยากาศความน่ารักและความเงียบสงบของที่นั่น จากแม่ริมเราขับย้อนขึ้นไปหน่อยทางแม่แตง เพื่อเอาตัวเองไปให้ธรรมชาติและสายน้ำโอบกอด โดยค่ำคืนสุดท้ายของเราคือสถานที่แห่งธาราบำบัด ที่นี่ … “บ้านธารกล่อม”

04

05

ให้สายธารกระซิบกล่อมจนผลอยหลับ ให้ผืนป่ากระชับความรักให้ชุ่มฉ่ำกว่าเดิม ไม่ต้องบินไปถึงบาหลี ก็สามารถแทรกซึมกับผืนป่าและสายน้ำ พร้อมสัมผัสที่พักสไตล์ไม้ไผ่ได้อย่างจุใจ ที่บ้านธารกล่อม นี่เอง

14

ปลีกวิเวกมานอนเอกเขนกฟังเสียงลำธารขับขานแบบเซอร์ราวด์ กับบ้านพักดีไซน์เก๋หลากสไตล์ ท่ามกลางพงไพรอันอุดมสมบูรณ์ ฤดูฝนแบบนี้ ยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกลอยคลุ้งเอื่อย ๆ เหนือทิวเขา โดยมีทุ่งนาขนาบอยู่เบื้องล่าง

02

จุดเด่นของบ้านธารกล่อม คงจะเป็นการออกแบบแปลนห้องน้ำในแต่ละหลัง ที่มีความเซ็กซี่นิด ๆ โอเพ่นแอร์หน่อย ๆ วัสดุที่ใช้ก็ล้วนกลมกลืนและเป็นมิตรกับธรรมชาติ แต่ยังสามารถให้ความรู้สึกหรูหราได้ในคราวเดียว ผมจึงขอนิยามว่าที่นี่คือ Local Luxury Homestay ที่ควรมานอนสักครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าจะมีครั้งที่ 2 3 4 5 ตามมาได้ไม่ยาก

03

ไฮไลท์เด็ดคือบ้านไม้ไผ่ หลังที่สร้างเสร็จล่าสุดให้อารมณ์เหมือนนอนในรังนก มองออกไปเห็นผืนป่าเขียวขจี เบื้องล่างเป็นลำธารและโขดหินน้อยใหญ่ เป็นหลังที่เหมาะสำหรับคู่รักเป็นที่สุด ส่วนหลังอื่น ๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเพียงดินและบ้านหินอาบจันทร์ ส่วนคนที่ชอบฟีลแคมป์กระโจม เขาก็มีให้เลือกด้วย

25

บ่ายออกไปเล่นน้ำถ่ายรูป ตกค่ำก็มานั่งดื่มด่ำความฉ่ำเย็นของสภาพอากาศ โดยมีกลุ่มควันหอมฟุ้งจากเตาหมูกระทะเป็นเพื่อนยามหิว แน่ล่ะ บรรยากาศแบบนี้ หมูกระทะคือนิพพาน ที่ชิลล์ไปกว่านั้นคือการได้ใช้เวลานั่งพูดคุยกับเจ้าของ ที่มักจะอยู่ดูแลด้วยตัวเอง แลกเปลี่ยนมุมมองชีวิต ความคิดที่มีต่อธรรมชาติและถิ่นเกิด พลางจิบไวน์รสเยี่ยม ทำให้อรรถรสของการสนทนา มีมากเกินกว่าที่จะจินตนาการถึง

27

มานอนให้ River ช่วย Whisper ข้างหูดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ต้องพึ่งพาวัตถุใด มากไปกว่าหัวใจที่สงบ …  

02

วันสุดท้ายเราขอนอนซึมซับความสุข แล้วตื่นสาย ๆ ก่อนกลับเข้าเมืองไปขึ้นเครื่อง เราแวะไปถ่ายรูปเล่นกันที่สวนสนแม่แตง ที่กว้างใหญ่มาก มีมุมให้ครีเอทถ่ายรูปคู่กันสนุกเลยล่ะ

06

ไม่ต้องรีบร้อน ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน แถมไม่ต้องเสียค่าเข้าอีกด้วย แต่ยังไงก็ต้องรักษาความสะอาดด้วยนะ

09

นี่เป็นทริปเชียงใหม่ที่ชิลล์ที่สุด ไม่ต้องเที่ยวสถานที่ให้มาก เน้นไปกับที่พักสวย ๆ รายล้อมด้วยธรรมชาติ เพื่อเอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่นได้มากที่สุด เป็นความผ่อนคลายของเราสองคนโดยแท้จริง ถ้าถ้าจะเรียกสิ่งนี้ว่าความสุข มันก็คงไม่ผิดนัก

10

 

Flora Creek Chiang Mai : พักผ่อนในสวนดอกไม้สุดโรแมนติกท่ามกลางขุนเขา จ.เชียงใหม่

ในบรรยากาศสายฝนโปรยปราย การเดินทางขึ้นเหนือดูจะเป็นคำตอบที่ใช่ เสาะหาที่พักบรรยากาศดี ๆ พาคนรักไปดื่มด่ำรับความโรแมนติกท่ามกลางขุนเขา ที่มีหมู่ดอกไม้คอยยอเย้าต้อนรับ ที่นี่ Flora Creek เชียงใหม่

Flora Creek Chiang Mai

23

10

จากกฤษดาดอย สวนดอกไม้สุดงดงามที่สร้างความตราตรึงใจในวัยเด็ก สู่ที่พักหรูที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ มีทำเลที่ตั้งอันยอดเยี่ยม โอบล้อมด้วยทิวเขาและลำธาร ในนาม Flora Creek โรงแรมที่มาในคอนเซ็ปต์ Coloured by seasons ที่นำเอาความสวยสดงดงามของเฉดสีตามฤดูกาลจากสวนดอกไม้นานาพรรณ มาใช้เป็นแนวคิดหลักในการสร้างบรรยากาศให้น่าจดจำ

33

34

องค์ประกอบภายในนั้นเลือกใช้โทนสีส้มอิฐ เขียว แล้วก็เทา เป็นหลัก งานออกแบบสถาปัตยกรรมนั้นสร้างตามแบบ Barn House หรือโรงนา ที่พรีเซนต์ออกมาในสไตล์ Modern-Localised Boutique Resort ตามแนวคิดใกล้ชิดธรรมชาติและให้ความเป็นส่วนตัวสูง โดยเลือกใช้วัสดุอย่างอิฐ ไม้ ปูน หิน เพื่อให้เกิดภาพชัดในเรื่องความกลมกลืนกับธรรมชาติ

24

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ Space ที่ลิงค์ภายนอกและภายใน เลือกใช้สีเทาให้ตัดกับไม้จริง การใช้ Skylight เพื่อให้พื้นที่มีความโปร่ง ในส่วนทางเข้าหลัก มีการออกแบบล้อบบี้ตรงทางเดินแบบไล่ระดับ โดยใช้ระแนงโอบล้อมด้วยน้ำและต้นไม้ ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ยิ่งไปว่านั้นเวลาที่แสงแดดสาดผ่านกระจกเข้ามา ทำให้เกิดเป็นภาพที่สวยงามมาก

 

35

โรงแรม Flora Creek ตั้งอยู่ที่อำเภอหางดง ห่างจากท่าอากาศยานเชียงใหม่เพียง 21 กิโลเมตรเท่านั้น ขับรถเพียงครึ่งชั่วโมงก็ได้มาสัมผัสกับมวลหมู่ดอกไม้ตามฤดูกาลแล้ว (ฤดูฝนแบบนี้ก็มีดอกไม้ให้ชม แถมต้นไม้ยังเขียวสุด ๆ ) ส่วนผู้ที่ไม่ได้เข้าพัก เขาก็เปิดให้เข้าชมแวะถ่ายรูปในสวนได้ด้วยนะ

และต่อจากนี้คือเซ็ทรูปในสวนดอกไม้ มีมุมถ่ายรูปเพียบเลยล่ะ รับรองว่าคุณสาว ๆ คุณป้า คุณย่า คุณยายจะต้องปลื้ม เซลฟี่กันไม่หยุด เก็บภาพกันไม่ยั้ง!

26

36

41

44

47

46

นอกเหนือจากดอกไม้แล้ว ภายในก็ยังมีแปลงสวนสวย ๆ ที่ออกแบบได้อย่างน่ารัก เดินกันเพลิน ๆ ระรื่นตาไปกับต้นไม้น้อยใหญ่ โดยยังใช้ชื่อว่าสวนดอกไม้กฤษดาดอย ขนาด 15 ไร่ ให้ผู้มาเยือนได้อิ่มเอมกับความงามของดอกไม้ทุกฤดูกาล โดยถูกแบ่งออกเป็น 3 โซน โซนแรกคือ Sunken สวนสไตล์ยุโรปด้านหน้า มีน้ำพุคอยสร้างความเคลื่อนไหว โซนบริเวณหน้าลานเฟื่องฟ้า (ห้องอาหาร Fueng Fah Bistro) โดดเด่นด้วยน้ำตกน้อย ๆ ที่คอยไหลให้ใจชุ่มฉ่ำ หรือจะเป็นโซนดอกบานชื่นหน้าห้องพัก ก็สวยเก๋ไม่ซ้ำใคร (โซนนี้เข้าได้เฉพาะผู้เข้าพักเท่านั้นนะจ้ะ)

08

38

43

DJI_0729

จากในสวนและดอกไม้สวยสด เราจะพาทุกคนไปชมในส่วนของโซนห้องพักกันบ้าง แค่รอบนอกก่อนเข้าห้อง บรรยากาศก็พาให้ใจสั่น เมื่อแสงแดดตกกระทบกับพื้นผิวของตัวอาคาร เป็นภาพที่น่าดึงดูดเป็นอย่างมาก เลยขอจัดมุมพอร์ตเทรทเบา ๆ อีกสักหน่อย

16

15

DJI_0713

Deluxe Horizon คือประเภทของพักของเรา โดดเด่นและสะดวกสบายด้วยขนาด 63 ตารางเมตร ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สามารถสัมผัสเส้นขอบฟ้าท่ามกลางบรรยากาศของดอกไม้และสายน้ำ จากระเบียงด้านหลังของห้อง ภายในห้องพักมีห้องน้ำขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับคู่รัก มีอ่างอาบน้ำให้แช่ประทินผิวมองวิวสวน พร้อม Bath Bomb 2 กลิ่นให้เราได้เลือกตีฟองตามใจชอบ ทำให้วันธรรมดากลายเป็นวันพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

11

13

14

12

03

นอกจากห้องพักอันแสนสะดวกสบายแล้ว ภายนอกเราจะได้รับพลังจากธรรมชาติ จากลำธารที่ตัดผ่าน ทำให้เกิดวิวแลนสเคปที่สวยงาม สร้างเป็นมุมถ่ายรูปสุดคูลได้อย่างลงตัว โดยมีทั้งสะพานไม้แสนคลาสสิกและสะพานคอนกรีตเป็นตัวเชื่อมสองบริเวณเข้าด้วยกัน

07

DSC05201

18

17

22
มีมุมผิงไฟจำลอง ให้ถ่ายรูปสวย ๆ กันด้วย

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่นั้นครบครันมาก ทั้งสปา ฟิตเนส และสระว่ายน้ำ ที่ถูกเนรมิตให้อยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ว่ายน้ำไปฟังเสียงลำธารไป เงยหน้ามาเจอร่มไม้ใหญ่เขียวขจีรอบตัว โดยแบ่งเป็นสระเด็กลึก 60 ซม. สระผู้ใหญ่ลึก 120 ซม. เป็นสระระบบเกลือ

04

DSC05775

52

02

55

53

จากวิวทิวทัศน์ ห้องพัก และสิ่งอำนวยความสะดวก เราเปลี่ยนมู้ดมาถึงอีกเรื่องสำคัญของการเข้าพัก นั่นก็คือการบริการและอาหารการกิน โดยเราจะพูดถึง Creek Cafe ห้องอาหารหลักของโรงแรม ที่เป็น All Dining สามารถเข้าไปใช้บริการได้ทุกมื้อตามเวลาที่กำหนดคือ

– Breakfast ตั้งแต่ 06.30 – 10.00 น.
– Lunch ตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น.
– Dinner ตั้งแต่ 17.00 – 23.00 น.
– Room Service 06.30 – 23.00 น. (ครัว Thai & International)

DSC05218

Creek Cafe เป็นห้องอาหารที่ตกแต่งในสไตล์ทรอปิคอลล้านนา เป็นความผสมผสานความอบอุ่นจากไม้และความแข็งแรงจากเหล็ก สร้างบรรยากาศให้คุณได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสทั้งไทยและเทศหลากหลายเมนู ที่พร้อมเสิร์ฟให้ได้อิ่มท้องตลอดทั้งวัน โดยเราได้สัมผัสถึง 4 เซ็ท 4 สไตล์

เซ็ทแรกคืออาหารฟิวชั่นตะวันตก มีหน่อไม้ฝรั่งพันเบคอน และสเต็กเนื้อวากิวเป็นพระเอก เคียงข้างด้วยของหวานอย่างชีสเค้กมะม่วง พร้อมสมู้ทตี้หลากรสชาติให้ได้ลิ้มลอง

เซ็ทที่สอง เป็นขันโตก เสิร์ฟแบบต้นตำรับฉบับภาคเหนือ พร้อมล้างปากด้วยขนมไทยที่จัดมาอย่างสวยงาม เข้าบรรยากาศสุด ๆ

เซ็ทที่สาม เป็นเซ็ทสุดพิเศษกับการปรุงวัตถุดิบหลักอย่างลำไย ผลไม้ประจำถิ่น ที่นำไปปรุงอาหารได้น่าสนใจหลากเมนู ทั้งแกงเผ็ดเป็ดย่างลำไย พล่าปลาแซลม่อนลำไย และซี่โครงหมูย่างราดซอสลำไย ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่างข้าวเหนียวเปียกลำไยเลิศรส บอกเลยว่าฟิน

และเซ็ทที่สี่ กับเมนูอาหารอิตาเลี่ยน ประกอบด้วยพิซซ่า ผักโขมอบชีส สปาเก็ตตี้พริกแห้ง และปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มเย็น ๆ และขนมหวานอย่าง Apple Crumble

นอกจากอาหารแล้ว มุมถ่ายรูปบริเวณนั้นก็น่าแชะไปเสียหมด

ตลอด 3 วัน 2 คืน ที่เราได้มาพักผ่อนที่นี่ รู้สึกเหมือนได้รีชาร์จเติมพลังให้ตัวเอง จากการรายล้อมด้วยธรรมชาติ บวกกับสถาปัตยกรรมและสวนดอกไม้อันสวยงาม เป็นอีกหนึ่งที่พักที่เราอยากแนะนำ หากคุณได้มาเที่ยวเชียงใหม่ แล้วเลือกพักที่ Flora Creek ดูสักครั้ง รับรองจะต้องติดใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Website : http://www.floracreekchiangmai.com
Tel : 052001400  Line : @floracreek

45