Perspective of Samui เที่ยวสมุย ในมุมมองที่หลากหลาย

พาชมความงดงามและความหลากหลายของเกาะสมุย ในยุค New Normal พบกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติทั้งบนบกและท้องทะเล ค้นพบมุมมองและสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่จะมากระตุกต่อมอยากเดินทางของคุณให้กลับมาเริงร่าและมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

พอบินถึงปุ๊บ ก็ไม่ต้องวิ่งวุ่นหารถ หรือยืนรอบนเคาน์เตอร์เพื่อรอคิวรถเช่า เมื่อใช้บริการจาก Traveloka ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เพราะนี่คือบริการใหม่ของเขา พิเศษตรงที่สามารถเช่าได้ล่วงหน้า จะเช่าแบบมีคนขับก็ได้ หรือจะขับเองก็ได้ แถมราคาไม่แพง เริ่มต้นไม่เกิน 600 บาทต่อวัน สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย นัดคืน-รับรถที่สนามบินได้เลย เช่ารถสมุยกับ Traveloka > https://www.traveloka.com/th-th/car-rental

พอได้รถแล้ว เราก็พร้อมขับตระเวนเที่ยวสมุยกันเลย แม้ช่วงแรกฝนจะตกต้อนรับปรอย ๆ แต่ฟ้าก็ค่อย ๆ เปิดตามมาทีหลัง ความหวังในการได้รูปสวย ๆ ก็มีมากขึ้นในทันใด ไปดูกันดีกว่าว่าตลอดทริปของเรานั้นไปเที่ยวที่ไหนบ้าง …

01. หินตา หินยาย

แลนด์มาร์กสำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของเกาะสมุยมาช้านาน ถ้าไม่มาเยือนที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงสมุย บอกเลยว่าของจริงสวย อเมซิ่งมาก

02. หาดหน้าทอน

ตื่นตาตื่นใจกับวิวทะเลสุดปังบนหาดหน้าทอน ที่มีสันทรายโผล่พ้นขึ้นมาคล้ายเป็นทะเลแหวกน้อย ๆ ให้ได้เก็บภาพมุมสูงเพิ่มความประทับใจ

03. Seen Beach Club

สถานที่แฮงเอาท์สุดชิค ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ฮอตสุด ๆ ด้วยการออกแบบมาเพื่อคนชอบถ่ายรูปโดยเฉพาะ งานนี้สาว ๆ น่าจะเลิฟสุด เพราะจะได้ขนบิกินี่ มาถ่ายรูปกันให้หนำใจ แต่ที่พลาดไม่ได้คือการมาลิ้มลองอาหารของที่นี่ บอกเลยว่าดีงามมากครับ

04. AVANI + SAMUI

มาพูดถึงที่พักกันบ้าง เรามานอนพูลวิลล่าสุดชิลล์ มาตรฐาน 5 ดาว แต่ราคาน่ารักที่สุดบนเกาะสมุย ให้เราได้สัมผัสความสงบได้เต็มที่ พร้อมแอคทิวิตี้มากมาย ให้ได้ลิ้มรสความท้าทายใหม่ ๆ 

เดินเล่นถ่ายรูปให้ทั่วโรงแรมก็สนุกแล้ว หรือจะไปนอนรีแล็กซ์ทำสปาก็เข้าที ความพิเศษในช่วงเช้าหลังจากสั่งมื้อเช้า แบบ Floating ก็ไปฝึกวิชาโยคะบนผืนน้ำ หรือจะพาย Paddle Board และ Kayak สำรวจพื้นที่โดยรอบ ปิดท้ายด้วยการเล่นน้ำสระท้าแดดอ่อน ๆ 

ตกค่ำนั่งดินเนอร์ริมทะเลในบรรยากาศสุดโรแมนติก

05. เกาะมัดสุม

ออกเรือไปยังเกาะมัดสุม หรือเกาะที่มีน้องหมูออกมาเดินกรีดกรายอุ้ยอ้ายให้เราได้ถ่ายรูปความน่ารักของน้องกัน เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ที่นอกจากน้องหมูแล้ว ทะเลกับหาดที่นี่นัดสวยสะกดสายตาจริง ๆ

06. I love Elephant Samui

คาเฟ่ช้างสุดคูลแห่งใหม่ บนเกาะสมุย ที่มาในคอนเซ็ปต์คลินิกช้าง
เป็นทั้งบ้าน แหล่งพักพิงช้างวัยปลดเกษียน ให้อยู่กับธรรมชาติ มีควานคอยดูแล พร้อมมีบริการเครื่องดื่ม ขนม ให้กับนักท่องเที่ยวพร้อมมุมถ่ายรูปสำหรับป้อนกล้วยสุดปัง

ที่นี่ไม่มีบริการขี่ช้าง แต่จะเน้นกิจกรรมที่ให้ได้สัมผัสความเป็นวิถีดั้งเดิม มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของช้างกับมนุษย์ที่มีมาแต่ช้านาน ได้ฉีดน้ำอาบน้ำให้ช้าง พร้อมป้อนกล้วยที่เราต้องช่วยกันยัดใส้วิตามินบำรุงเข้าไป เพราะอย่างที่ผมบอก ว่าทั้งเจ้าโยโย่และแชมเปญ เป็นช้างชราภาพ วัย 70 และ 75 ปี เหมือนเราได้ดูและคุณตาคุณยายยังไงยังงั้น

พร้อมกันนั้นยังมีกิจกรรมทำกระดาษสาจากมูลช้าง ที่ให้เราได้เห็นทุกกรรมวิธีและได้ร่วมลงมือทำ และที่เซอร์ไพรส์มากคือเมือเสร็จสิ้นกิจกรรม ทางคาเฟ่ก็จะมีหัวใจกระดาษมูลช้างมอบให้เราไว้ด้วย เป็นโมเมนต์สุดแสนประทับใจเลยล่ะครับ

07. วัดศิลางู

ปิดท้ายด้วยการชมความวิจิตรงดงามของโบสถ์ศิลาแลงอันเข้มขลัง ที่วัดศิลางู เป็นความแปลกที่ไม่ซ้ำใคร เพราะไม่น่าเชื่อว่าที่สมุย จะมีวัดแบบนี้ซ่อนตัวอยู่ด้วย บอกเลยว่าอัพลงไอจี ปังปังปัง ชัวร์

และนี่คือสมุย ในมุมมองที่หลากหลาย บ่งบอกถึงความน่าตื่นตาตื่นใจบนเกาะแห่งนี้ที่ยังคงมีสเน่ห์ไม่เสื่อมคลาย มาเที่ยวสมุยกันนะครับ ตอนนี้สวยงาม สงบกว่าแต่ก่อนมาก แถมราคาที่พักก็ต่างพากันลดกระหน่ำจับต้องได้ ไม่มาสมุยตอนนี้ ก็ไม่รู้จะมาตอนไหนแล้วจริง ๆ ครับ

Road Trip : 5 วัน 4 คืน เที่ยวเชียงใหม่หน้าฝน สูดความสุขของการเดินทางให้ชุ่มปอด

ขับรถเที่ยวเชียงใหม่ 5 วัน 4 คืน พาร่างกายและหัวใจไปกระแทกความสุข ผ่านไอหมอก ป่าเขา พร้อมมิตรภาพของกันและกัน รวมทั้งเก็บเอารอยยิ้มของผู้คนที่พบเจอมาไว้ในความทรงจำ ในสถานที่ที่เราคัดสรรมาให้คุณผู้อ่านได้เติมเต็มอรรถรส และพร้อมจะออกเดินทางไปตามรอยเส้นทางของเราครับ

DSC09492

ทริปนี้เราแพลนล่วงหน้าไว้ค่อนข้างนาน โดยเลือกจองตั๋วผ่าน Traveloka เพราะสะดวก ดูไฟลท์ง่าย โดยมาลงล็อคที่ Vietjet Air มีเที่ยวบินให้เลือกเยอะดี จองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ กับ Traveloka คลิกจอง > https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Chiang-Mai.CNX 

Screen Shot 2563-07-14 at 20.57.04

DSC06059

พอถึงเชียงใหม่ เราก็รอรถเช่าที่ดีลไว้เรียบร้อย และแน่นอนว่าก็ใช้บริการจาก Traveloka เช่นเคย หลายคนอาจยังไม่รู้ เพราะนี่คือบริการใหม่ของเขา พิเศษตรงที่สามารถเช่าได้ล่วงหน้า จะเช่าแบบมีคนขับก็ได้ หรือจะขับเองก็ได้ แถมราคาไม่แพง เริ่มต้นไม่เกิน 600 บาทต่อวัน มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย นัดคืน-รับรถที่สนามบินได้

เช่ารถเชียงใหม่กับ Traveloka จองเลย > https://www.traveloka.com/th-th/car-rental/city/chiang-mai

Screen Shot 2563-07-14 at 20.57.31

DSC09515

หลังจากลงเครื่องตั้งแต่เช้า รับรถเสร็จ เราก็ต้องหากาแฟดื่ม พอดีมีคาเฟ่เปิดใหม่นามว่า Flat Cafe ตรงศรีวิชัยซอย 4 ที่ได้ข่าวว่าร้านเปิดเช้า เอาใจวัยทำงาน แถมยังดีไซน์ได้มินิมอลสุดคลีน เกาหลีมาก ๆ

DSC07690

ร้านคลีนสะอาดตา เครื่องดื่มกับขนมก็รสชาติเป็นเอกลักษณ์

DSC07687

เรานั่งละเลียดปล่อยเวลาให้ไหลไปสักพัก ก่อนจะเข้าไปเช็คอินเข้าที่พัก The Inside House หนึ่งในโรงแรมที่ร้อนแรงที่สุดของเมืองเชียงใหม่นาทีนี้

28

25

Happiness comes from inside.

“ความสุขออกมาจากข้างใน” นั่นคือคอนเซ็ปต์หลักของโรงแรมใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่มีชื่อชวนค้นหา … The Inside House เพียงไม่กี่นาทีที่สองเท้าย่างเก้าเข้ามา ก็รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย จากแววตาท่าทางของพนักงานต้อนรับ การพูดจาที่ฉะฉานจริงใจและน่าฟัง รวมไปถึงบรรยากาศอันร่มรื่นของเหล่าพฤกษา
โดยเฉพาะต้นโพธิ์เก่าแก่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าอาคาร ทำให้ใจรู้สึกสงบเหมือนอยู่บ้าน

22

DSC06038

ประกอบกับการผสมผสานงานสถาปัตยกรรม Lanna Colonial Style แบบยุค 1920′ ที่ดูโก้หรู คลาสสิก ดั่งผู้ดีในตระกูลชั้นสูงนอกเหนือจากดีเทลการตกแต่ง ที่มีความวิจิตรงดงามแล้ว การจัดการพื้นที่ในอาคารก็สามารถทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจโดยสร้างห้องสไตล์ Pool Suite ไว้ถึง 13 ห้อง

ซึ่งเราได้พักห้องที่ขายดีและจองยากที่สุดอย่าง Doi Suthep Pool Suite ที่มีจุดขายอยู่ที่สระว่ายน้ำตรงระเบียง ที่สามารถเปิดโอเพ่นแอร์แช่น้ำชมวิวทิวเขาและดอยสุเทพที่อยู่ลิบ ๆ ได้ ด้านงาน Texture นั้นจะเน้นใช้หินอ่อนเป็นหลัก ทำให้ดูหรูหราเว่อวัง โดยเลือกใช้สีขาวและสีเขียวมะกอกมองแล้วรู้สึกคลีน ๆ สบายตา (อันนี้จากความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

20

การต้อนรับด้วยผลไม้สดและแชมเปญในห้องคือ First Impression แรกที่เรารู้สึกตกหลุมรักห้องนี้เข้าอย่างจัง จากนั้นก็สั่ง Afternoon Teaที่จัด Presentation ออกมาได้น่าทึ่งอึ้งมากที่พลาดไม่ได้คือการสั่ง Floating Breakfastชุดใหญ่มากินกันเริ่ด ๆ ในสระ จากนั้นก็จัดแจงคอมโพสต์ถ่ายภาพกันแบบ Nonstop

ใครจะคิดว่ากลางเมืองเชียงใหม่จะมีที่พักลักษณะนี้ซ่อนตัวอยู่ ยิ่งออกเดินทางเราจะยิ่งค้นพบสถานที่ดีต่อหัวใจมากขึ้นเรื่อย ๆ และที่นี่ The Inside House จะเป็นจุดหมายที่ติดอยู่ในความทรงจำของเรา ไปอีกนานแสนนาน …

วันรุ่งขึ้น เรามีโปรแกรมมุ่งไปที่แม่ริม ม่อนแจ่ม แต่ก่อนอื่นขอเสาะหาคาเฟ่ใหม่ ๆ ไปปลีกวิเวกนั่งชิลสักพัก จนกระทั่งมาเจอชื่ออันแสนสะดุดตาของร้านนี้ Enough for Life คาเฟ่สไตล์วินเทจเกาหลี

DSC00796

ภายในเป็นเหมือนบริเวณบ้าน มีต้นไม้ร่มรื่น เน้นงานวัสดุจากไม้ ตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูน่ารักไปหมด เมนูที่ต้องสั่งคือ Enough Coffee กาแฟสูตรเกาหลี สำหรับผมนี่คือกาแฟที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เคยดื่มมา

DSC00801

ที่สำคัญเขามีมุมถ่ายรูปเพียบเลยนะ ใครสายมินิมอล คงจะชอบมาก นอกจากนี้ยังมีงานแฮนเมด งานคราฟท์เก๋ ๆ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือนต่าง ๆ วางจำหน่ายด้วย

DSC00840

07

พอเลยเที่ยง เราก็รีบบึ่งรถมาที่ม่อนแจ่มกันทันที เพื่อไปซุกตัวอยู่บนเขาท่ามกลางธรรมชาติ โดยมีที่พักที่ชื่อว่า บ้านภูหมอก เป็นสถานที่พำนัก

02

13

บ้านภูหมอก ที่พักที่อยู่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในบริเวณนี้ เป็นตัวเลือกที่เราสนใจ เพราะมีความเป็นส่วนตัว แยกออกจากที่พักอื่น ๆ อย่างชัดเจน มีวิวภูเขาที่สวยงามรอบด้าน พร้อมกับแปลงผักกาดกว้างใหญ่ มองไปทางไหนก็น่าตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด

16

 

ตกค่ำก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศเย็น ๆ ชื้น ๆ ปิ้งหมูกระทะ ซดน้ำร้อน ๆ เป็นความอภิรมย์ที่เอาอะไรมาแลกก็คงยอมได้ยาก แต่ความพีคมันอยู่หลังจากที่เข็มนาฬิกาวนไปที่เลขเจ็ดแสงแดด กลุ่มก้อนของเมฆหมอก ค่อย ๆปกคลุมทิวเขา บวกกับกลิ่นของเม็ดฝนที่ถูกสูดผ่านสองรูจมูกเข้าไปในปอดจนล้นปรี่ เป็นความสุขที่ไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ แต่หัวใจ … กลับพองโต

28

เป็นค่ำคืนและช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ได้เจออากาศหนาว ๆ ฉ่ำใจ มองไปทางไหนก้เขียวชื่นใจไปเสียหมด ขับรถจากในเมืองขึ้นมาแค่ชั่วโมงหน่อย ๆ ก็ฟินกันได้ขนาดนี้แล้ว นี่แหละผมถึงรักเชียงใหม่

12

ถัดมาเข้าสู่วันที่สามของทริป เราจะขยับไปไม่ไกล ยังอยู่ในแม่ริมต่อ แต่เป็นแถบโป่งแยง แวะกินกาแฟวิวภูเขา ที่ Jungle De Cafe ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติอย่างเต็มที่

DSC09614

โดยที่นี่นั้นยังเป็นที่ตั้งของ Pongyang Jungle Coaster & Zipline กิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดมันส์ ที่โดดเด่นด้วยการเล่นซิปไลน์ ห้อยโหนโจนทะยานไปยังจุดต่าง ๆ กลางป่า พร้อมความท้าทายใหม่ ๆ กับการไต่เชือก โรยตัว ปีนบันได หรือถีบจักรยานลอยฟ้า ก็ทำให้เราได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

DSC09499

DSC09514

DSC09559

อีกสิ่งที่ห้ามพลาดคือการเล่น Coaster ที่เราสามารถบังคับเองได้ง่าย ๆ บอกเลยว่าสนุกมากกกกกกก

DSC09598

เราเล่นกันจนถึงบ่ายแก่ ๆ ก็ได้เวลาเข้าที่พักแล้ว ซึ่งแถบโป่งแยงก็มีหลายโลเคชั่นให้เลือก ส่วนเรานั้นจิ้มเป้าไปที่ Mori Natural Farm ฟาร์มสเตย์ สไตล์ย้อนยุคของไทยผสมผสานกับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างน่ารักลงตัว

created by dji camera

05

โมริ เนเชอรัล ฟาร์ม เป็นโมเดลที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานสิ่งปลูกสร้างหลากสัญชาติมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สร้างตามวัสดุที่มีและหาได้ง่าย ที่นี่มีทั้งบ้านหลองข้าวเรือนยกสูงแบบ Thai Urban บ้านเรียวกัง บ้านพักสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีทั้งมุมจิบชาและบ่อแช่ออนเซ็นส่วนตัว บ้านคอจเทจบ้านตากอากาศสไตล์คันทรีฉบับยุโรปที่มีความน่ารักกุ๊กกิ๊กร่วมสมัย

10

35

ฟาร์มแห่งนี้ถูกเนรมิตขึ้นโดยคุณปอ วิศวกรหนุ่มใหญ่ และคุณเมี่ยง อดีตแอร์โอสเตสสาว ร่วมกันบ่มเพาะโมริด้วยความรักและความเอาใจใส่อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องพัก หรือแม้แต่อาหารการกินที่ใช้ผักปลอดสารที่ปลูกเองและวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม

40

ไฮไลต์ของที่นี่ นั่นก็คือเหล่าน้องหมาขนปุยสายพันธุ์อากิตะ สุนัขดั้งเดิมจากญี่ปุ่น และเจ้าแม็กซ์ โกลเด้นผู้ใจดีและขี้เล่น ที่พร้อมจะมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้มาเยือน ที่นี่จึงเป็นอีกที่พักแนวฟาร์มสเตย์ที่เรารักมากที่สุด

17

created by dji camera

หลังจากโบกมือลาโมริ ฟาร์ม หัวใจก็หม่นหมอง เพราะคิดถึงบรรยากาศความน่ารักและความเงียบสงบของที่นั่น จากแม่ริมเราขับย้อนขึ้นไปหน่อยทางแม่แตง เพื่อเอาตัวเองไปให้ธรรมชาติและสายน้ำโอบกอด โดยค่ำคืนสุดท้ายของเราคือสถานที่แห่งธาราบำบัด ที่นี่ … “บ้านธารกล่อม”

04

05

ให้สายธารกระซิบกล่อมจนผลอยหลับ ให้ผืนป่ากระชับความรักให้ชุ่มฉ่ำกว่าเดิม ไม่ต้องบินไปถึงบาหลี ก็สามารถแทรกซึมกับผืนป่าและสายน้ำ พร้อมสัมผัสที่พักสไตล์ไม้ไผ่ได้อย่างจุใจ ที่บ้านธารกล่อม นี่เอง

14

ปลีกวิเวกมานอนเอกเขนกฟังเสียงลำธารขับขานแบบเซอร์ราวด์ กับบ้านพักดีไซน์เก๋หลากสไตล์ ท่ามกลางพงไพรอันอุดมสมบูรณ์ ฤดูฝนแบบนี้ ยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกลอยคลุ้งเอื่อย ๆ เหนือทิวเขา โดยมีทุ่งนาขนาบอยู่เบื้องล่าง

02

จุดเด่นของบ้านธารกล่อม คงจะเป็นการออกแบบแปลนห้องน้ำในแต่ละหลัง ที่มีความเซ็กซี่นิด ๆ โอเพ่นแอร์หน่อย ๆ วัสดุที่ใช้ก็ล้วนกลมกลืนและเป็นมิตรกับธรรมชาติ แต่ยังสามารถให้ความรู้สึกหรูหราได้ในคราวเดียว ผมจึงขอนิยามว่าที่นี่คือ Local Luxury Homestay ที่ควรมานอนสักครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าจะมีครั้งที่ 2 3 4 5 ตามมาได้ไม่ยาก

03

ไฮไลท์เด็ดคือบ้านไม้ไผ่ หลังที่สร้างเสร็จล่าสุดให้อารมณ์เหมือนนอนในรังนก มองออกไปเห็นผืนป่าเขียวขจี เบื้องล่างเป็นลำธารและโขดหินน้อยใหญ่ เป็นหลังที่เหมาะสำหรับคู่รักเป็นที่สุด ส่วนหลังอื่น ๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเพียงดินและบ้านหินอาบจันทร์ ส่วนคนที่ชอบฟีลแคมป์กระโจม เขาก็มีให้เลือกด้วย

25

บ่ายออกไปเล่นน้ำถ่ายรูป ตกค่ำก็มานั่งดื่มด่ำความฉ่ำเย็นของสภาพอากาศ โดยมีกลุ่มควันหอมฟุ้งจากเตาหมูกระทะเป็นเพื่อนยามหิว แน่ล่ะ บรรยากาศแบบนี้ หมูกระทะคือนิพพาน ที่ชิลล์ไปกว่านั้นคือการได้ใช้เวลานั่งพูดคุยกับเจ้าของ ที่มักจะอยู่ดูแลด้วยตัวเอง แลกเปลี่ยนมุมมองชีวิต ความคิดที่มีต่อธรรมชาติและถิ่นเกิด พลางจิบไวน์รสเยี่ยม ทำให้อรรถรสของการสนทนา มีมากเกินกว่าที่จะจินตนาการถึง

27

มานอนให้ River ช่วย Whisper ข้างหูดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ต้องพึ่งพาวัตถุใด มากไปกว่าหัวใจที่สงบ …  

02

วันสุดท้ายเราขอนอนซึมซับความสุข แล้วตื่นสาย ๆ ก่อนกลับเข้าเมืองไปขึ้นเครื่อง เราแวะไปถ่ายรูปเล่นกันที่สวนสนแม่แตง ที่กว้างใหญ่มาก มีมุมให้ครีเอทถ่ายรูปคู่กันสนุกเลยล่ะ

06

ไม่ต้องรีบร้อน ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน แถมไม่ต้องเสียค่าเข้าอีกด้วย แต่ยังไงก็ต้องรักษาความสะอาดด้วยนะ

09

นี่เป็นทริปเชียงใหม่ที่ชิลล์ที่สุด ไม่ต้องเที่ยวสถานที่ให้มาก เน้นไปกับที่พักสวย ๆ รายล้อมด้วยธรรมชาติ เพื่อเอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่นได้มากที่สุด เป็นความผ่อนคลายของเราสองคนโดยแท้จริง ถ้าถ้าจะเรียกสิ่งนี้ว่าความสุข มันก็คงไม่ผิดนัก

10

 

The Simply Life : ตรัง – พัทลุง

Cover FB

The Simply Life : ตรัง // พัทลุง
 
หากคุณเบื่อการเดินทางท่องเที่ยวแบบเดิม ๆ เช่นการไปถ่ายรูปกับแลนด์มาร์ก

แหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน หรือต้องการความเงียบสงบและสัมผัส
กับวิถีดั้งเดิม
แบบถึงแก่น
เราขอกวักมือเรียกให้มาชมรีวิวนี้
 
ตรังและพัทลุง คือสองจังหวัดเป้าหมายของเรา
เมืองที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์และแหล่งอาหาร
พร้อมทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามและผู้คนแสนน่ารัก
 
การเที่ยวชุมชน คือการฟูมฟักความเป็นวิถีชีวิตให้ออกมาโลดแล่น
สามารถสร้างรายได้ ต่อยอดให้กับความเป็นอัตลักษณ์ของที่นั้น ๆ
ให้มีคุณค่ามากขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่พอดีไม่ถูกปรุงแต่งจากความดั้งเดิม
 
คนใต้หน้าตาทะหมึงทึง แต่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
การได้ไปใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับชาวบ้าน มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้มากมาย
กินอยู่แบบที่เขาเป็น นำความรู้ไปบอกต่อ และรับฟังเรื่องราวดี ๆ
เรียนรู้ความสุขแบบเรียบง่ายมาปรับใช้ในชีวิต 
ตอนจากกันก็ผูกมิตรไมตรี
ฝากร้อยยิ้มไว้เป็นความทรงจำ
#OTOPนวัตวิถี
#กรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย
#ไทยนิยมยั่งยืน
#NonstopJourney
DSC02809
DSC02976
DSC04119

4 ชุมชนที่เราได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์

 
1. ชุมชนเขาหลัก หมู่ 7 ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง
DSC02412
 
ชุมชนสีเขียวที่เต็มไปด้วยความร่มเย็น ด้วยชัยภูมิที่ตั้งรอบรอบด้วยภูเขา
เช้า ๆ
ตื่นมาเจอทะเลหมอก เดินเล่นกินอาหารพื้นถิ่นที่ตลาดเช้า
นอนโฮมสเตย์ชาวบ้าน ถ่ายรูปเก๋ ๆ กับน้ำตกบ้านเขาหลัก
ชมวิถีการเลี้ยงไก่ดำสายพันธุ์มองโกล
ผจญภัยล่องแก่งสุดฟิน ปิดท้ายด้วยการทำกล้วยหินฉาบแสนอร่อย
บ้านเขาหลัก 01
DSC02343
บ้านเขาหลัก 02
DSC02451
บ้านเขาหลัก 03บ้านเขาหลัก 04
บ้านเขาหลัก 05DSC02750
 
2. ชุมชนท่าด่าน หมู่ 10 ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง
DSC02780
 
ชุมชนที่เต็มไปด้วยของอร่อย ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นนานาชนิด
ทีเด็ดคือน้ำพริกธัมมังสุดคลาสสิก
พร้อมแกงปักษ์ใต้รสจัดจ้านถึงใจ 
ที่พลาดไม่ได้ก็คือติ่มซำสุดอลังการที่ร้านพงษ์โอชา 2
ตกบ่ายไปเดินสกายวอล์กเย้าหยอกธรรมชาติที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย
ซึมซับความเป็นมาของเมืองตรังที่บ้านตระกูลคีรีรัตน์
หรือจะไปพายเรือคายัค ชมทิวทัศน์ที่นบยักษ์ แหล่งน้ำในตำนานก็ไม่เลวนัก
บ้านท่าด่าน 01บ้านท่าด่าน 02บ้านท่าด่าน 04บ้านท่าด่าน 05DSC03031บ้านท่าด่าน 06DSC03074บ้านท่าด่าน 07
 
3. ชุมชนคอกวัว หมู่ 1 ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง
DSC03112
 
ชุมชนที่โดดเด่นกับงานหัตถกรรมจากกะลามะพร้าวโดยลุงปลื้ม
แวะพบปะ เลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ออกตระเวนเที่ยวเมืองเก่าชัยบุรี
เดินขึ้นเขาไปดูถ้ำน้ำสุดอันซีน ลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นอย่างเต้าคั่ว
ชมการตีโพนแบบโบราณของน้อง ๆ ที่โรงเรียนวัดแจ้ง
นอนโฮมสเตย์แสนน่ารักอบอุ่นที่บ้านร่มเงาไม้
ดื่มด่ำความเป็นพื้นบ้านแบบร่วมสมัย พร้อมสร้างมิตรภาพใหม่ ๆ กับผู้คน
บ้านคอกวัว 02บ้านคอกวัว 03บ้านคอกวัว 08DSC03474
DSC03459บ้านคอกวัว 07บ้านคอกวัว 06บ้านคอกวัว 04บ้านคอกวัว 05
ไม่ไกลจากบ้านคอกวัว ก็สามารถขับรถไปขึ้นเรือ เพื่อชมแสงแรกของวันที่ปากประ ทะเลน้อย
ส่องนก หรือชมวิถีชีวิตควายน้ำ ก็เป็นอีกไอเดียที่ไม่ควรพลาด
Extra Pic
 
4. ชุมชนโหล๊ะอม หมู่ 9 ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง
DSC04026
 
ชุมชนแห่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ไปกินอยู่แบบโฮมสเตย์
เก็บผักมาทำกับข้าว ออกไปดูการกรีดยางสัมผัสศูนย์เรียนรู้กลุ่มสินธุ์แพรทอง
มีการทำโรงผลิตน้ำดื่ม มีสินค้าชูโรงอย่างผลไม้ลอยแก้ว น้ำพริกแห้งชนิดต่าง ๆ
หาความรู้ที่อุทยานประวัตศาสตร์ถังแดง บอกเล่าเรื่องราวการสูญเสีย
ในสมัยการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ปิดท้ายด้วยการไปชมน้ำตกควนน้ำผุด
น้ำตกลับสุดงาม ท่ามกลางป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์
 
โหล๊ะอม 02โหล๊ะอม 03โหล๊ะอม 07DSC04073โหล๊ะอม 04โหล๊ะอม 06โหล๊ะอม 05โหล๊ะอม 01

Buengkan : Tales from the Northeast

นั่งรถไฟไปหนองคาย เพื่อออกเดินทางพิชิตเป้าหมายหลัก จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย “บึงกาฬ” ดินแดนศิวิไลซ์ของธรรมชาติและวัฒนธรรม พบกับมุมถ่ายภาพระดับโลกที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ที่ไหน พร้อมเรื่องราวของมิตรภาพสุดประทับใจตลอดการเดินทาง

บึงกาฬ : เรื่องเล่าจากอีสาน ความหอมหวานของมิตรภาพ

Cover 2

เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟสายอีสานมรรคา หัวลำโพง – หนองคาย เป็นขบวนใหม่ตู้นอนสะดวกสบาย เราเดินทางด้วยกันทั้งหมด 4 คน และมีสองคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที เราชอบนะที่จะได้พบเจอผู้คนใหม่ ๆ ในทุกการเดินทาง มันทำให้เราสนุกและแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา

ALP_9500

ออกเดินทางจากหัวลำโพงตอนกลางคืน ถึงตอนเช้าจะได้เที่ยวได้เลย

MZT_4379

การได้นั่งรถไฟเที่ยว อาจจะกินเวลานานหน่อย แต่มันเป็นยานพาหนะที่พิเศษ เราจะได้เห็นชีวิตผู้คนที่ต่างออกไป เราได้พูดคุยกันมากขึ้น มองจอสี่เหลี่ยมน้อยลง ได้แลกเปลี่ยนมุมมองการเดินทาง มีเรื่องราวสนุก ๆ ที่อยากจะแชร์ถึงกัน นั่นทำให้เราทั้ง 4 คนสนิทกันได้รวดเร็วขึ้น

ไม่ช้า แสงแรกของวันใหม่ก็แย้มลอดหน้าต่าง เป็นสัญญาณที่เราต้องเตรียมตัวเก็บข้าวของ เพื่อเตรียมตัวลงสู่สถานีรถไฟหนองคาย โดยเราจะนั่งรถสกายแลปแวะกินข้าวแถวตลาด ก่อนจะขึ้นรถตู้ไปบึงกาฬ …

ALP_9548

เป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นชีวิตอีกหลายมุม

MZT_4473

ทันทีที่เรามาถึงบึงกาฬ ก็มีเจ้าถิ่นมารับทันที เป็นรุ่นน้องสมัยมหาลัย เป็นคนบึงกาฬ ทริปนี้เขาจะเป็นคนพาเราทั้ง 4 ไปสัมผัสกับบึงกาฬอย่างเต็มอิ่ม มีเจ้าถิ่นพาเที่ยวแบบนี้ สนุกแน่นอน! โดยเริ่มจากสถานที่แรก …

สะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮง วัดอาฮงศิลาวาส

MZT_4426

 

แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ห่างจากตัวจังหวัด 21 กิโลเมตร ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดโดยไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” มีความกว้างประมาณ 300 เมตร

MZT_4434

นอกจากเดินชมวัดและวิวแม่น้ำโขงที่เห็นไปยังฝั่งลาวแล้ว ที่วัดอาฮงฯ ยังมีสวนหินโบราณให้เราได้เดินถ่ายรูปเล่น สามารถปีนไปยืนในมุมเท่ ๆ ได้แต่ต้องระมัดระวังด้วยนะ และที่สำคัญห้ามขีดเขียนหินโดยเด็ดขาด

MZT_4445

MZT_4459

MZT_4528

MZT_4481

ALP_9636

วันนั้นทั้งวัดมีแค่กลุ่มเรากลุ่มเดียวที่เข้ามาเที่ยว พวกเราถ่ายรูปเล่น วิ่งขึ้นหินกันอย่างสนุกสนาน อารมณ์เดียวกับที่เล่นตอนเด็ก ๆ กับเพื่อน แต่พวกเราไม่ได้เสียงดังนะ ต้องบอกไว้ก่อน เพราะยังไงก็ยังเป็นเขตของวัด ต้องให้เกียรติสถานที่ด้วย แต่สิ่งที่เจ๋งไปกว่านั้นคือการได้ชมพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำโขง แสงวันนั้นสวยมากจริง ๆ ได้รูปสวย ๆ เยอะเลยล่ะ

MZT_4559

MZT_4543

 

MZT_4594

MZT_4574

MZT_4567

MZT_4588

เมื่อสัมผัสความงดงามของพระอาทิตย์ตกกันแล้ว ก็เริ่มหิว เจ้าถิ่นไม่รอช้ารีบพาเราเข้าเมืองไปถนนคนเดิน หาของอร่อยลงท้องซะหน่อย ถนนคนเดินที่นี่ของกินเยอะและคึกคักว่าที่เราคิดมาก เดินกินนู้นนี่ไปเพลิน ๆ ขาช้อปก็คงถูกใจแน่นอน

ถนนคนเดิน บึงกาฬ

MZT_4633

MZT_4635

MZT_4641

MZT_4637

MZT_4650
ข้าวจี่ย่าง ปกติเราไม่ชอบ แค่ที่นี่โดนมาก ม่วนคักกก

เราทั้ง 5 กลับมาพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวสำหรับโปรแกรมในวันต่อไป ซึ่งเป็นจุดหมายหลักของเรา กับห้องเรียนธรรมชาติแสนยิ่งใหญ่ “ภูสิงห์” ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู โดยมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าทึ่ง มีหินรูปร่างแปลกตาจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นคือ “หินสามวาฬ” อันโด่งดัง

ภูสิงห์ หินสามวาฬ

MZT_4657

MZT_4681

DSCF1025

การมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่หินสามวาฬ คือ 1 ในดรีมลิสต์ของเราเลยนะ เพราะเป็นทิวทัศน์ที่สวยแปลกตา กับหินรูปร่างคล้ายหลังปลาวาฬ 3 ก้อน เปรียบเหมือนปลาวาฬ 3 ตัว ชาวบ้านเขาเรียกหินพ่อ หินแม่และหินลูก ชมวิวเบื้องหน้าเป็นทิวเขาไกลสุดสายตา เบื้องล่างเป็นต้นไม้ขึ้นหนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นป่ายาง มองไปทางไหนก็เขียวชื่นฉ่ำตาไปหมด

ALP_9783

MZT_4763

MZT_4808

MZT_4759

DSCF1021

MZT_4728

นอกจากหินสามวาฬแล้ว ที่ภูสิงห์ยังมีจุดท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง โดยเราตระเวนเที่ยวในโซนทิศใต้ หลังจากพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็มุ่งต่อไปที่จุดชมวิวถ้ำฤาษี ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ชมวิวทิวทัศน์อีกมุมของภูสิงห์

DSCF1078

MZT_4848

MZT_4853

DSCF1064

MZT_4873
หินหัวช้างก็มีนะ

ถัดจากหินหัวช้าง เราก็มุ่งต่อไปกำแพงหินภูสิงห์ หรือชาวบ้านจะเรียกกันว่า “ประตูภูสิงห์” เป็นกำแพงหินขนาดใหญ่มีช่องผ่าตรงกลางคล้ายประตู เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวยมาก

MZT_4919

MZT_4900

มีมุมเท่ ๆ ให้ปีนป่ายไปถ่ายรูปกันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องรู้จักเซฟตัวเอง อันไหนไปไม่ได้อย่าฝืน เอาเท่าที่ปลอดภัย อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อให้ได้รูปสวย ควรสวมรองเท้าที่มีดอกยางและป้องกันการลื่น

MZT_4909

MZT_4929

MZT_4925

ถัดจากประตูภูสิงห์ไป ก็จะเป็น “ส้างร้อยบ่อ” มีลักษณะเป็นลานหินขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก มีหลุม มีบ่อเล็ก ๆ นับร้อยตามชื่อ คล้าย ๆ กับสามพันโบก เป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปอีกแห่งที่สวยแปลกตาน่ามาเห็นสักครั้ง

MZT_4939

MZT_4943

ก่อนลงจากภูสิงห์เราก็แวะลานธรรม ไหว้พระเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่

MZT_4959

สำหรับเพื่อน ๆ ถ้าอยากมาเที่ยวที่ภูสิงห์ เราแนะนำให้ขับรถมา ขับมาจอดที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 ภูสิงห์  อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ แล้วไปลงชื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ โดยต้องให้รถโฟร์วีลของทางหน่วยพานำเที่ยวเท่านั้น เสียค่าบริการเพียงท่านละ 100 บาท

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : GPS 18.253148, 103.812333

ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ที่ : 088-5362717
พักเรื่องธรรมชาติ ขอกลับเข้าเมืองมานั่งชิลล์ที่คาเฟ่คูล ๆ ลิ้มรสเครื่องดื่มเท่ ๆ ก่อนจะไปเที่ยวต่อ

ROO SEUK DEE Cafe & Studio

DSCF1107

รู้สึกดี เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตกแต่งประดับประดาด้วยกล้องฟิล์มและเครื่องใช้เก่า ๆ เนื่องจากเจ้าของร้านนั้นเคยเป็นช่างภาพและห้องติดกันก็คือสตูดิโอถ่ายภาพที่เจ้าตัวนั้นเปิดมาก่อนนั่นเอง

DSCF1112

DSCF1124

DSCF1120
เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ “ชาไทยโกโก้” รสชาติเข้มถึงใจ ไม่ธรรมดา

DSCF1113

และก็มาถึงจุดหมายสุดท้ายของเราในช่วงเย็น นั่นก็คือการไปชมพระอาทิตย์ตกที่วัดเจติยาคิรีวิหาร หรือวัดภูทอก จุดเด่นของวัดภูทอกก็คือสะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้าง บันไดเวียนไปมารอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น โดยเราต้องเดินขึ้นบันไดไปจนถึงชั้น 3 จากนั้นจะเป็นทางเดินวนค่อย ๆ ขึ้นไป …

วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก)

MZT_5005

MZT_4969

MZT_4964

ALP_0019

MZT_4973

MZT_5027

ไฮไลท์สำคัญของวัดภูทอกคือพุทธวิหารที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีลักษณะเป็นหินแยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่แต่ไม่ตกลงมา คล้ายกับพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า มีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหาร เป็นที่ทำสมาธิและปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน และมีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของบันไดเวียนรอบเขา

MZT_5017

MZT_4989

MZT_5044

เราเดินวนขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อหามุมถ่ายพระอาทิตย์ดวงกลมโต พร้อมกับความคิดที่ผุดขึ้นว่า ต้องใช้ความศรัทธามากแค่ไหน กว่าจะสร้างสถานที่แห่งนี้ได้ ทั้งบันไดไม้และทางเดิน ต่างใช้ฝีมือคนทั้งนั้น เพราะบางช่วงก็แอบหวาดเสียวอยู่บ้าง อีกทั้งพุทธวิหาร การที่จะขึ้นมาปฏิบัติธรรมบนนี้ได้นั้น จิตใจต้องแน่วแน่มาก ๆ เพราะทั้งเงียบและสงบมากจริง ๆ แต่ถ้าหากต้องแลกด้วยการมองเห็นวิวสวย ๆ แบบนี้มันก็คุ้มค่าแหละเนอะ

MZT_5030

MZT_5052

แสงสุดท้ายค่อย ๆ ลาลับไป พร้อมกับสองเท้าของเรา ที่ค่อย ๆ ก้าวลงบันได ได้ยินแต่เสียงลม ทั้งลมหายใจที่เหนื่อยหอบ และสายลมที่พัดผ่านซอกหิน เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่พระสงฆ์ถึงได้นึกสร้างที่แห่งนี้ขึ้นมา การมาวัดภูทอกในครั้งนี้เราได้รับความนิ่ง สติ และสมาธิกลับไปนอนกอดเป็นของฝาก เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ได้เที่ยว ซึมซับเรื่องราวต่าง ๆ กับคนที่ชอบสิ่งเดียวกัน แล้วมิตรภาพก็ค่อย ๆ เบ่งบานอยู่ในใจ

ALP_9999

ก่อนเราจะกลับ รุ่นน้องเจ้าถิ่นได้บอกกับเราว่า “หน้าฝนมากันใหม่นะพี่ เดี๋ยวจะพาไปน้ำตกถ้ำพระ บอกเลยว่าโคตรสวย” เรา 4 คนรีบตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิด แล้วพบกันใหม่เมื่อฝนโปรยปราย … “บึงกาฬ”

ชมทีเซอร์ Video

 

วันฝนพรำ ณ จันทบุรี [Nonstop Journey]

วันฝนพรำ ณ จันทบุรี [Nonstop Journey]
เมืองต้องห้ามพลาด

COVER

“หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเมืองฝนแปดแดดสี่ ไม่ได้มีแค่ระนอง หารู้ไม่ว่าจันทบุรีก็อยู่ในข่ายนั้นด้วย” นั่นเป็นถ้อยคำจากปากคนจันท์ ซึ่งเรามาสังเกตดูแล้ว เรามาเที่ยวจันทบุรีก็หลายครั้งหลายครา ฝนก็ตกแทบทุกครั้งจริง ๆ แต่สายฝนก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์เมืองนี้ลดน้อยลงเลย กลับทำให้เห็นมุมมองแตกต่างออกไปด้วยซ้ำ …

DSC_8803

จุดหมายแรกของเราในทริปนี้ไม่ได้อยู่บนบก เพราะเราจะไปหมู่บ้านไร้แผ่นดิน ไปใช้ชีวิตริมน้ำวิถีโฮมสเตย์ กินปู ดูวิว ชิลล์ ๆ แบบลูกทุ่ง เริ่มด้วยการขึ้นเรือจากท่าเทียบเรือขลุงล่องไปยังที่พักของเรา “มุมทะเลจันท์ โฮมสเตย์”

DSC_3620

DSC_8807

MZT_4090

ก่อนจะอิ่บหนำกับอาหารทะเลสด ๆ เราก็ออกไปทำกิจกรรมสนุก ๆ ท่ามกลางสายฝน นั่นก็คือล่องแพให้อาหารเหยี่ยวแดง ดูทะเลแหวก พายเรือคายัก ตอนเห็นโปรแกรมเราก็คิดว่ามีเหยี่ยวแค่ตัวสองตัว แต่ที่ไหนได้มีเป็นฝูง เราไม่เคยอยู่ใกล้ฝูงเหยี่ยวมาก่อน บอกตามตรงว่าตื่นเต้นมาก เสียดายที่ฝนตก ไม่งั้นภาพที่ออกมาคงจะสวยกว่านี้หลายเท่า

DSC_8957

DSC_8863

DSC_8856

 

DSC_8934

DSC_8830
สนุกสนานกันใหญ่

ทำกิจกรรมกันจนเหนื่อย ก็ได้เวลาเอาคืนด้วยอาหารทะเลสด ๆ ที่โฮมสเตย์ กินกันให้เบื่อไปเลย ต่อด้วยการเล่นเกมสนุก ๆ ลุ้นของรางวัลจากฮุนได ผู้สนับสนุนใจดีที่จัดทริปนี้ขึ้นมา สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับเราไม่น้อยทีเดียว

MZT_4072

MZT_4075

รุ่งเช้า… เราต้องจำใจบอกลาวิถีโฮมสเตย์ เป็นคนไร้แผ่นดินแค่คืนเดียว ต้องกลับเข้าฝั่งซะแล้ว ระหว่างเรือแล่น สองตาเราก็ได้แต่เพ่งมองผู้คนและความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน จู่ ๆ คล้ายกับน้ำในตาจะไหลริน แต่มันคือเม็ดฝนที่กระเซ็นเข้าหน้าต่างหาก นี่แหละ กรีน ซีซั่นที่แท้ทรู!!

MZT_4113

 

MZT_4059

พอถึงฝั่งท่าเทียบเรือขลุง เราก็รีบวิ่งฝ่าสายฝนขึ้นไปอยู่บนรถยนต์ฮุนได สตาร์เร็กซ์ ที่มาจอดรอไว้อย่างทันท่วงที นั่งสบายด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จะดูหนังฟังเพลงระหว่างทางก็เพลิดเพลินได้ ถือเป็นรถครอบครัวที่ควรมีไว้ครอบครอง

MZT_4169

DSC_5926

MZT_4166

รถยนต์ฮุนได ค่อย ๆ พาเราออกเดินทางอีกครั้ง กับจุดหมายต่อไป “ชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร” สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสุดฮิต ไปสัมผัสวิถีชีวิต ถ่ายรูปฮิป ๆ ท่ามกลางสายฝนปรอย ๆ

DSC_3524

MZT_4181
อาสนวิหารพระแม่มารีอาปฏิสนธินิรมล

เดินเล่นชุมชนเก่า ถ่ายรูปเกร๋ ๆ ตามตรอกซอกซอย คนชอบถ่ายรูปแบบเรามีหรือจะพลาด อีกทั้งยังมีนางแบบบล็อกเกอร์สาวไอคอนอีกคนของวงการ “ต้นอ้อ” แห่ง high on dreams มาร่วมทริปด้วย แบบนี้ต้องใช้งานนางซะหน่อย อิอิ

MZT_4202

MZT_4252

MZT_4207

MZT_4258

DSC_9142

ก่อนจะจบทริปจันทบุรี 2 วัน 1 คืน เราก็แวะไปรับประทานอาหารส่งท้ายกันที่ “จันทรโภชนา” พร้อมเสิร์ฟเมนูต้นตำรับอาหารจันท์ขนานแท้ รสชาติเข้มข้นถึงใจ เรายืนยันว่าเริศทุกเมนู

 

สุดท้ายต้องขอขอบคุณ Hyundai Motor ประเทศไทย สำหรับประสบการณ์การเดินทางด้วยยนตร์กรรมที่แสนสะดวกสบาย ทั้งฮุนไดเอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยว ขับรถไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เราแนะนำจันทบุรี เมืองฝนแปดแดดสี่แห่งภาคตะวันออก รับรองว่าจะสร้างความสุขให้ทั้งครอบครัวแน่นอนครับ

DSC_9085

15 Things to do in Ranong : พาเที่ยวระนอง กับ 15 สิ่งที่คุณต้องหลงรัก

เมืองฝนแปดแดดสี่ “ระนอง” จังหวัดเล็ก ๆ แต่ความสุขกลับไม่เล็กตาม ครบเครื่องไปด้วยภูเขา ทะเล น้ำตก รวมไปถึงอาหารแสนอร่อย เป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวเยอะมาก ๆ เราไปมาสองครั้งก็ยังเที่ยวไม่หมด แต่ก็สามารถรวบรวมมาได้ 15 สิ่ง โดยเพื่อน ๆ สามารถไปตามรอยแห่งความสุขแบบนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนชอบเที่ยวสไตล์ไหน ระนองก็ตอบโจทย์ให้เราได้หมด

1. หมู่เกาะกำ อุทยานแห่งชาติแหลมสน

Cover
เกาะกำตก

มาระนองอย่างแรกที่ต้องคิดถึงคือ “ทะเล” และไม่ได้มีดีแค่เกาะพยาม เรากับกำลังพูดถึงหมู่เกาะกำ หมู่เกาะหลงยุคที่หลัก ๆ ประกอบไปด้วยเกาะกำตก เกาะค้างคาว และเกาะญี่ปุ่น โดยเกาะกำตกเป็นเกาะหลัก มีจุดชมวิวที่มองเห็นอ่าวเขาควายที่โค้งมนสวยงาม รวมทั้งทิวสนที่คอยให้ร่มเงาภายใต้แสงแดดอันร้อนแรง

DJI_0019
ภาพถ่ายมุมสูงจากโดรน มองเห็นเกาะกำตกและอ่าวเขาควาย

MZT_1184
เกาะกำตก

MZT_1217
เกาะกำตก

หาดทรายก็ขาวสะอาด นุ่มนวลเท้าดีเหลือเกิน ยิ่งตัดกับฟ้าใส ๆ ยิ่งชวนให้หลงใหลนัก แถมยังเงียบสงบเหมาะกับการมาพักผ่อนเป็นที่สุด จากนั้นก็ไปต่อกันที่เกาะค้างคาว ซึ่งแน่นอนว่าเป็นแหล่งอาศัยของพี่แบทเขาล่ะ จุดเด่นนอกจากชายหาดที่สวยงามแล้ว ยังมีจุดดำน้ำตื้นให้เราได้ลงไปสำรวจกันด้วยนะ

MZT_1152
เกาะค้างคาว

20170417_๑๗๐๔๑๗_0007
มาเหยียบเกาะค้างคาว ก็ต้องถ่ายรูปคู่กับค้างคาว

MZT_1133
เกาะค้างคาว

ปิดท้ายกันที่เกาะญี่ปุ่น เกาะที่มีชื่อสะดุดหูเหลือเกิน ที่มาของชื่อก็คือสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้นำเรือรบมาจอดเทียบบนเกาะแห่งนี้เพื่อพักแรมและตั้งแคมป์นั่นเอง จุดเด่นของเกาะญี่ปุ่นคือน้ำทะเลที่ใสกิ๊งและชายหาดอันกว้างใหญ่ ถ้าได้หนังสือเล่มโปรดกับเครื่องดื่มที่ชอบ เรานี่อยู่ได้ทั้งวันเลยนะ

MZT_1263
เกาะญี่ปุ่น

MZT_1266
เกาะญี่ปุ่น

2. ชุมชนมุสลิม บ้านแหลมนาวโฮมสเตย์

Cover

ภายใต้ความเจริญของเมืองที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ใจเรากลับโหยหาชีวิตที่แสนสมถะ อยากหนีความวุ่นวายไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก และการเดินทางแต่ละครั้งก็นำพาเราไปค้นพบสถานที่เหล่านั้น ครั้งแล้าครั้งเล่า … หนึ่งในนั้นคือชุมชนมุสลิมเก่าแก่นับร้อยปี “บ้านแหลมนาว” อ.สุขสำราญ จ.ระนอง

MZT_1452

การมาเยือนบ้านแหลมนาวครั้งนี้ เราไม่ได้แค่มาเที่ยวพักผ่อนเท่านั้น แต่เรามาอยู่ มาเป็นส่วนหนึ่ง มาใช้ชีวิต มาช่วยเหลือคนในชุมชน กับการสร้างเตาเผาขยะและทาสีมัสยิดให้กลับมาสวยงามเช่นเดิม โดยชุมชนมีงบประมาณไม่เพียงพอในการมาทำในส่วนนี้ได้ ก็ได้ชาวอาสาเที่ยวนี่แหละ ที่ทำให้กิจกรรมดี ๆ  แบบนี้เกิดขึ้น

MZT_1498
สร้างเตาเผาขยะ

MZT_1497

MZT_1486
ทาสีมัสยิด

MZT_1506

มาเที่ยวชุมชนแบบนี้ สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการไปพูดคุย คลุกคลีกับชาวบ้าน ไปสัมผัสเรื่องราว รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เราเดินเล่นถ่ายรูปเด็ก ๆ จนเพลินเลยล่ะ ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลักคือทำประมง เพราะมีที่ตั้งอยู่บนแหลมเลียบชายฝั่ง โดยเป็นชาวมุสลิมทั้งหมู่บ้าน ซึ่งเรากับเขาอาจต่างแค่ศาสนา แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความใส่ใจต่อวิถีชีวิตและธรรมชาติ ใส่ใจในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนแห่งนี้ให้ยั่งยืน

MZT_1460

MZT_1465

ที่บ้านแหลมนาวเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักแบบโฮมสเตย์ กินอยู่แบบบ้าน ๆ กับอาหารทะเลสด ๆ กางมุ้งนอนบนฟังเสียงคลื่นบนศาลาไม้ ตื่นเช้ามาเจอกับแสงแรกของวันที่ค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้าและทิวเขา มีหมอกจาง ๆ ลอยอยู่เหนือทะเลอันดามัน ช่วงเย็นไปชมพระอาทิตย์ตกที่หาดคลองกิ่ว ยามค่ำคืนก็นั่งมองดวงดาราที่สุกสกาวเต็มท้องฟ้า แค่นี้คงเพียงพอสำหรับเหตุผลในการมาเยือนบ้านแหลมนาวแล้วใช่มั้ยล่ะ?

MZT_1441
พระอาทิตย์ขึ้นที่บ้านแหลมนาว

MZT_1400
ชมแสงสุดท้ายของวันที่หาดคลองกิ่ว

สนใจเดินทางมาเที่ยว ติดต่อสอบถาม 081-078-5094 (ผู้ใหญ่โกบ)
สามารถติดตามกิจกรรมอาสาได้ที่ อาสาเที่ยว

MZT_1410
ตกดึก แค่แหงนหน้ามองดาว ก็สุขใจแล้ว

3. ร้านอาหารคุ้นลิ้น

Cover

ถ้าจะให้พูดถึงร้านเด็ดเมืองระนอง หนึ่งในนั้นต้องมีร้านคุ้นลิ้น กับรสชาติอาหารปักษ์ใต้และอาหารทะเลอันจัดจ้านแต่กลมกล่อม พร้อมด้วยเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่รอเสิร์ฟดับกระหายอีกหลายเมนู

MZT_1625

“คุ้นลิ้น” เต็มไปด้วยกิมมิกเฉพาะตัวหลายอย่าง ทั้งการต้อนรับลูกค้าด้วยปูนิ่มชุบแป้งทอด เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ตกแต่งด้วยตุ๊กตาไล่ฝน ที่ให้ลูกค้าเขียนแล้วนำไปผูกไว้ ทำไปทำมากลายเป็นแผงตุ๊กตาไล่ฝนสีสันสดใส (ระนองเป็นเมืองฝน การแขวนตุ๊กตาไล่ฝนจึงเป็นความเชื่อของคนที่นี่) แล้วก็ยังมีเซียมซีเมนูอาหาร ที่ไม่รู้จะสั่งอะไรก็เสี่ยงดวงเอาเลย อันนี้ชอบ ไหนจะมีพนักงานมาเต้นประกอบเพลงทุกต้นชั่วโมง บันเทิงไปอีก เรียกว่าอิ่มพุง อิ่มตา และอิ่มใจพร้อมกันเลยทีเดียว

MZT_1648
Nonstop Journey บนตุ๊กตาไล่ฝน

4. บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

Cover

ในอดีตนั้นเมืองระนองเคยรุ่งเรืองมากจากการทำเหมืองแร่ดีบุก ลักษณะทางธรณีวิทยาของเมืองระนองจึงมีความสมบูรณ์ของแร่ธาตุมาก จึงทำให้มีแหล่งน้ำแร่อยู่มาก และที่โด่งดังที่สุดก็คือ บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน ที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในครอบครัว มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติให้เราได้แช่บำบัดอาการปวดเมื่อยเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยลานสุขภาพสำหรับออกกำลังกายหรือเล่นโยคะ เพื่อให้สมกับเป็น Wellness City เมืองของคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง

MZT_1934

MZT_1943
สะพานแขวน แลนด์มาร์กแห่งรักษะวาริน

5. บ้านร้อยปีเทียนสือ

Cover

ย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองระนองให้ลึกถึงแก่น ต้องมาที่ “บ้านเทียนสือ” โดยเทียนสือนั้นเป็นหลานเขยของคอซูเจียง เจ้าเมืองระนอง ในอดีตนั้นบ้านเทียนสือเปรียบเหมือนท้องพระคลังกลางเมืองระนอง ไม่แปลกใจที่มีประตูเข้าตัวบ้านถึง 5 ชั้น มีกำแพงที่แข็งแรงมาก มีความหนาประมาณฟุตครึ่ง ก่อสร้างอย่างแข็งแรงไม่มีการชำรุดและอยู่มานานนับร้อยปี

MZT_1817

MZT_1832

นอกจากนี้ยังเป็นเรือนหอของเทียนสือและนางฉ่ายหล่วน ณ ระนอง หลานสาวของคอซูเจียงอีกด้วย บ้านเทียนสือนั้นสืบทอดเรื่องราวคู่มากับเมืองระนองกว่า 126 ปีแล้ว โครงสร้างชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นตึก มีลักษณะเหมือนบ้านแฝด หน้าต่างเป็นแผ่นไม้หนา รูปทรงแบบหมวกจีนโบราณและปูพื้นด้วยอิฐกระเบื้อง

MZT_1901
โกศุภ ทายาทรุ่นที่ 6 ผู้ดูแลบ้านเทียนสือคนปัจจุบัน

บ้านเทียนสือ  เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองระนอง สามารถเข้ามาเยี่ยมชม ศึกษาหาความรู้ และถ่ายภาพกับความคลาสสิกที่มีเสน่ห์ล้นเหลือแบบนี้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากนี้บริเวณหน้าบ้านยังเปิดเป็นร้านโจ๊กและก๋วยจั๊บสูตรโบราณ ที่บอกเลยว่ารสชาติไม่ธรรมดา

6. สองแถวไม้ พาหนะสุดชิคเมืองระนอง

Cover

เมื่อมาถึงระนอง พาหนะที่สะดุดตาเราที่สุดเห็นจะเป็นสองแถวไม้สีแดงอมส้ม แล่นสัญจรไปมาผ่านสายตาคันแล้วคันเล่า มันคือซิกเนเจอร์ชัด ๆ เราไม่รอช้าจัดการมาเป็นพร็อพถ่ายรูปเท่ ๆ ซะเลย จะถ่ายในเมืองก็แสนเกร๋ จะโยกมาวางบนฟลอร์หญ้าก็สุดคูลลลลล!!

MZT_2003

7. เล่นว่าวที่ภูเขาหญ้า

Cover

ภูเขาหญ้า แลนด์มาร์กทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดระนอง มีลักษณะเป็นภูเขาหัวโล้น เตี้ย ๆ ไล่ระดับคล้ายการ์ตูนเรื่องเทเลทับบี้ ในช่วงฤดูฝนจะเป็นสีเขียว (ตามภาพหน้าปก) และช่วงหน้าร้อนก็จะมีสีเหลืองทอง สวยกันไปคนละแบบ

MZT_2356

ภูเขาหญ้า เปรียบเหมือนห้องนั่งเล่นอันกว้างใหญ่ ช่วงเย็นจะมีคนมาเล่นว่าว นั่งปิกนิก พบปะพูดคุย รวมไปถึงสายบ้าถ่ายรูปอย่างเรา ไม่รีรอจะหามุมชิค ๆ ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกกลับบ้าน

MZT_2297
สองแถวไม้ยังคงได้รับความนิยมสำหรับฉากถ่ายรูป

MZT_2349

8. The Alis Cafe’

Cover

The Alis Cafe’ ร้านกาแฟเล็ก ๆ แต่รสชาติและความสุขกลับไม่เล็กตาม นี่คงเป็นคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนที่สุดของทั้งร้านนี้และจังหวัดระนอง นอกจากกาแฟรสเยี่ยมแล้ว ขนมก็ยังเลิศเลอไม่แพ้กัน รวมไปถึงอาหารจานเดียวก็อิ่มคุ้มในราคามิตรภาพ เป็นร้านที่ควรมาโดนอย่างยิ่ง เราแนะนำ

9. ซาลาเปาทับหลี

Cover

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “ซาลาเปาทับหลี” ซึ่งต้นตำรับก็อยู่ที่ระนองนี่เอง ถ้าจะให้ถึงจริง ๆ ต้องไปกินที่บ้านทับหลี จะเป็นหมู่บ้านที่ขายซาลาเปาและขนมจีบโดยเฉพาะเลย แต่ถ้าไม่อยากขับรถไกล หากินเอาในเมืองก็ไม่ยาก บอกเลยว่าต้องลอง

สูตรเด็ดของซาลาเปาทับหลีนอกจากลูกเล็กเหมาะมือ แป้งบางนุ่มละมุนแล้ว คือการใช้วัตถุดิบสำคัญอย่างซีอิ๊วตรานกแก้ว แบรนด์ท้องถิ่นที่อยู่คู่ครัวของคนระนองมายาวนาน ทำให้รสชาติของซาลาเปาทับหลีมีความหอมของซีอิ๊วแตกต่างจากที่อื่น โดยเรามีโอกาสมาเยือนโรงงานซี้อิ๊วตรานกแก้ว ไปดูวิธีการเก็บรักษา กระบวนการแปรรูป และยังได้สนุกกับกิจกรรมทำซาลาเปากันด้วย

MZT_2119
โรงงานซีอิ๊วตรานกแก้ว

10. อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

Cover

เที่ยวทะเล เที่ยวภูเขา ชมวิถีชีวิต กินแหลกกันไปแล้ว จะขาดน้ำตกได้ยังไง เมืองฝนแปดแดดสี่ยังไงน้ำตกก็คือพระเอก เพราะต่อให้ฟ้าจะเน่า เราก็เข้าป่าไปเล่นน้ำตกให้สดชื่นได้ ที่พลาดไม่ได้คือน้ำตกหงาว สังเกตง่าย ๆ หากเรายืนจากภูเขาหญ้าแล้วมองไปทางถนนสายหลัก เบื้องหลังจะเป็นภูเขา เราจะเห็นสายน้ำทอดยาวไหลลงเป็นเส้นลงสู่พื้นดิน นั่นแหละน้ำตกหงาว เดินทางก็สะดวกแค่จอดรถแล้วเดินไปหน่อยเดียว เราก็จะได้สัมผัสกับความเขียวขจีของผืนป่าและความชุ่มฉ่ำของสายน้ำแบบง่าย ๆ เลยล่ะ

MZT_4427

11. คลองบางริ้น

Cover

เรายังคงอยู่กับธรรมชาติต่อ กับการผจญภัยกลางสายน้ำที่คลองบางริ้น ด้วยการพายเรือยางล่องไปตามลำน้ำ สูดกลิ่นธรรมชาติเข้าให้เต็มปอด เป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความสามัคคีของคู่หูบนเรือ ที่อนุญาตให้หย่อนตูดลงมาแค่ลำละ 2 คนเท่านั้น ตลอด 45 นาที แม้กล้ามเนื้อแขนอาจต้องออกแรงหนักหน่วงสักหน่อย แต่กล้ามเนื้อหัวใจก็ได้สูบฉีดความสุขมากตามไปด้วย ไม่เชื่อลองไปสัมผัสดูสิ …

ranong

MZT_1605

12. ล่องเรือตามรอยเสด็จประพาส ร.๕

Cover

ทริปสุดฮอตที่คุณจะหลงรักระนองแบบหมดใจ เปิดประสบการณ์การเดินทางด้วยการลองใช้ชีวิตเป็น “คนระนอง” ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นจังหวัดที่คนมีความสุขมากที่สุด 1 ใน 3 ของประเทศไทย กับการนั่งเรือไม้โบราณระนองสุดคลาสิกแห่งเดียวในไทยที่มีอายุกว่า 100 ปี โดย The Royal Andaman ที่จะพาคุณเพลิดเพลินบนเส้นทางประวัติศาสตร์สุดโรแมนติกตามรอยเสด็จฯ รัชกาลที่ ๕

MZT_1678
ประภาคารเมืองระนอง ท่าเรือ The Royal Andaman

ช่วงเวลาแห่งความสุขก็เริ่มต้นตั้งแต่ขึ้นเรือ กับการนั่งจิบเครื่องดื่ม นั่งฟังเพลงโฟล์คซองจากนักดนตรีอาชีพ และเราก็สามารถเข้าไปร่วมแจมเป็นนักร้องได้ ลองนึกภาพตามว่านั่งร้องรำทำเพลงอยู่กลางทะเล กับลมเย็น ๆ โชยมาปะทะกายและใบหน้า รสเข้ม ๆ ของเครื่องดื่มที่เราชอบ มันจะมีความสุขแค่ไหน

MZT_1692

อีกสิ่งที่เป็นกิมมิกเด่นคือการแต่งกายเป็นคนระนองแบบย้อนยุค ได้ทานอาหารโบราณระนองสูตรต้นตำรับ พร้อมสัมผัสความโรแมนติก ณ จุดชมพระอาทิตย์ตกทะเลทองคำที่ได้รับการกล่าวขาลว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดบนแหลมมลายูเลยทีเดียว

MZT_1803
อาหารทะเล ปูสด ๆ ก็พร้อมให้เราดินเนอร์บนเรือ

MZT_1778
ชมพระอาทิตย์ตกกลางทะเลอันดามัน

ปิดท้ายด้วยสัมผัสประเพณี “ลอยพรกพร้าว” ประเพณีโบราณของชาวเรือระนอง คือการจุดเทียนลงบนกะลามะพร้าวแล้วนำไปลอยทะเล พร้อมอธิษฐานเพื่อขอบคุณพระแม่คงคาและขอพรเพื่อความสุขในชีวิต

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: เดอะรอยัลอันดามันระนอง โทร 0917327185

MZT_1811
ประเพณีลอยพรกพร้าว

13. โรตีนิสรา

Cover

เรากลับมาสู่ของกินอีกรอบ คราวนี้จะพาไปกินโรตีเจ้าดังของระนอง ที่ตั้งอยู่ซอยวัดบ้านหงาว “โรตีนิสรา” โดดเด่นด้วยแป้งที่หนานุ่ม หอมละมุนลิ้น ความน่ารักเป็นกันเองของคนในร้าน นอกจากโรตีแล้วก็จะมีมะตะบะ สลัดแขก และไก่ทอดแบบมุสลิม ที่บอกเลยว่ากินจนพุงแตก อ้อ เขายังมีโรตีแบบฟรีซ สามารถซื้อเป็นของฝากกลับไปทอดกินที่บ้านได้ด้วยนะ

MZT_5013

14. วัชรีกาหยู

Cover

เรามาพูดถึงของฝากกันบ้าง ปักษ์ใต้บ้านเราก็คงมีไม่กี่อย่าง และ 1 ในนั้นก็คือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือ”กาหยู” ตามภาษาท้องถิ่น เรามาอยู่ที่ร้านของฝากวัชรี ที่นอกจากจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาหยูแปรรูปชนิดต่าง ๆ แล้ว ด้านหลังยังเป็นโรงงานที่เอาไว้ ปลูก แกะ กระเทาะ เผา เรียกว่าทำเองทุกกระบวนการ

MZT_2189
มวลมหากาหยูถูกตากแดด