Sea View Koh Chang : นอนพูล วิลล่า กลางหุบเขา ดูวิวทะเลสุดฟิน ที่ซีวิว เกาะช้าง

ปลีกวิเวกไปซุกตัวอยู่กลางธรรมชาติ ห้อมล้อมด้วยป่าไม้และทิวเขา นั่งมองวิวทะเลฟิน ๆ พร้อมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่ Sea View Koh Chang รีสอร์ทที่จะพาคุณไปสัมผัสกับความรืนรมย์ของการพักผ่อนอย่างแท้จริง

Sea View Koh Chang
นอนพูล วิลล่า กลางหุบเขา ดูวิวทะเลสุดฟิน ที่ซีวิว เกาะช้าง

35

มาเกาะช้างครั้งนี้ ขอพักผ่อนกับคนรักให้เต็มอิ่ม นอนพูลวิลล่า แช่น้ำฟังเสียงนกเจื้อยแจ้ว ท่ามกลางป่าเขาอันเขียวขจีกับงานอินทีเรียที่โปร่ง สบาย ดูเรียบหรู แต่ยังคงกลมกลืนกับธรรมชาติ

03

DSC04177

ห้องพักแบบพูลวิลล่า สวยงาม ใหญ่โต สะดวกสบาย แบ่งเป็นสัดส่วน วิวเปิดกว้าง มีความเป็นส่วนตัวสูง มีสระว่ายน้ำขนาดกำลังพอเหมาะ พร้อมอ่างจากุซซี่แบบโอเพ่น เรียกว่าดื่มด่ำกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

DSC04162

ที่เซอร์ไพรส์มาก คือมีอ่างแช่ออนเซ็นด้วย

12

โดยรอบห้องพัก จะรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีบันไดขึ้นไปดาดฟ้าไว้นั่งชิลล์รับลม

40

แค่อยู่ในห้องพักก็คุ้มมากแล้วจริง ๆ เพราะมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมาก

32

อิ่มเอมกับห้องพักเสร็จ ก็ได้เวลาขึ้นเคเบิ้ล คาร์ ขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ตกสวย ๆ

13

33

วิวดีมาก มากับแฟนยิ่งโรแมนติก

34

จากนั้นก็ขึ้นมาลิ้มรสอาหารเย็นที่ Sea View 1989 Restaurant

ส่วนบรรยากาศตอนเช้านั้นก็ดีไม่แพ้กัน กินมื้อเช้ามองวิวทะเล มันช่างสุขใจดีจัง

39

01

อากาศดีแบบนี้ ต้องพายเรือออกผจญภัยกันหน่อย

14

15

ที่นี่คือเกาะมันใน ภายเรือมาประมาณ 15 นาที ก็ถึงแล้ว เราสามารถเล่นน้ำ ถ่ายรูป หรือจะปิกนิคด้วยการกินแซนด์วิชริมทะเล ก็เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

16

17

DSC04378

จากนั้นพายเรือกลับฝั่ง กินมื้อเที่ยงที่ห้องอาหาร Sunset Beach แล้วก็เดินสำรวจรีสอร์ทกันต่อ

02

พื้นที่ของรีสอร์ทนั้นใหญ่มาก ไล่ระดับขึ้นไปบนเขา เราก็เดินไปถ่ายรูปกันไปจนถึงห้องพัก

26

DSC04614

กลับเข้าห้องมา ขอนอนเล่นกันสักหน่อย

DSC04985

42

แล้วก็ถ่ายรูปตามมุมต่าง ๆ ต่อด้วยเล่นน้ำเพลิน ๆ อยู่ได้ครึ่งค่อนวันไม่มีเบื่อเลย เพราะห้องพักเป็นส่วนที่เราชอบมากที่สุด มีอะไรให้ทำเยอะ แล้วก็เป็นส่วนตัวมาก ๆ ด้วย

บ่ายแก่ ๆ ร่างกายเริ่มล้า เลยออกจากห้องขึ้นไปนวดทำสปาที่ Rainforest Spa ในบรรยากาศป่าดิบชื้น

29

ภายในตกแต่งสวยงาม มีสระว่ายน้ำ ซาวน่า ท่ามกลางวิวเขียว ๆ ของผืนป่า

พอนวดเสร็จ เพื่อเพิ่มความโรแมนติกมากขึ้น เราเลยไปดินเนอร์บริเวณชายหาดกลางแสงเทียน

36

ปิดท้ายด้วยการกลับห้องมาแช่อ่างตีฟอง จิบเครื่องดื่มแก้วโปรดกับคนรัก เป็นค่ำคืนที่แสนวิเศษจริง ๆ

DSC04775

DSC04787

Sea View Koh Chang ทำให้เรารู้สึกสบายเหมือนได้อยู่บ้าน สงบเงียบ มีความเป็นส่วนตัวสูง วิวสวย พายเรือไปเกาะมันในได้ รายล้อมไปด้วยผืนป่า ห้องพูลวิลล่าคือดีงามที่สุด ขนาดใหญ่โต เป็นสัดส่วน
ที่สำคัญมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมาก แค่อยู่แต่ในห้อง ไม่ต้องไปเที่ยวไหนก็คุ้มค่าแล้ว เป็นอีกที่พักแบบวิลล่าที่เราชอบมากเป็นอันดับต้น ๆ เลยครับ

สำรองห้องพัก โทร. 039-552-888

Onsen @Moncham : แช่ออนเซ็นฉบับญี่ปุ่นขนานแท้ ท่ามกลางโลเคชั่นสุดงาม ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่

เติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แช่ออนเซ็นท่ามกลางป่าเขาและดอยสูง กับรีสอร์ทสไตล์เรียวกัง ที่ยกความเป็นญี่ปุ่นมาวางไว้อย่างแยบคายและสวยงาม ที่นี่ Onsen at Moncham จ.เชียงใหม่

Onsen @Moncham

แช่ออนเซ็นฉบับญี่ปุ่นขนานแท้
ท่ามกลางโลเคชั่นสุดงาม ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่

DSC06844

DSC06805

หากเอ่ยถึงม่อนแจ่ม ภาพจำส่วนใหญ่คงจะหนีไม่พ้นหมู่บ้านชาวเขา ทุ่งดอกไม้งาม หรือบ้านพักบนดอยแสนเรียบง่าย กินหมูกระทะพลางประกอบกิจกรรมเข้าจังหวะกับเพื่อนฝูง แต่หารู้ไม่ว่ายังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่งดงาม เต็มไปด้วยแร่ธาตุจากตาน้ำใต้พื้นดิน จึงเป็นที่มาของการสร้าง Onsen Ryokan Resort สุดหรู ที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงความครบเครื่องตามแบบฉบับญี่ปุ่น บอกเลยว่าการมาพักที่นี่ถือเป็น 1ในประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของผมในปีนี้เลย

DSC07324

DSC07346

ขับรถเลียบริมเขามาอยู่ดี ๆ จีพีเอสก็บอกว่าใกล้ถึงที่หมายแล้ว เพียงไม่กี่อึดใจ เราก็เหมือนเปิดประตูทะลุมิติหลุดมาอยู่ในญี่ปุ่นยุคโบราณซะแล้ว ภาพของม่อนแจ่มเมื่อสักครู่นี้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่สัมผัสได้ตอนนี้คือ เราอยู่ญี่ปุ่น สิ่งปลูกสร้างรอบด้าน การแต่งกายของพนักงาน เสียงของธรรมชาติที่ได้ยิน อากาศที่เย็นสบาย ทุกอย่างมันพาให้เราเชื่อได้หมด และรับรู้เลยว่า Onsen @Moncham ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นรีสอร์ทสไตล์ญี่ปุ่นเพียงเท่านั้น แต่ยังลงลึกถึงรากวัฒนธรรม ทำให้แขกผู้เข้าพักมีอารมณ์ร่วมตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาเช็คอิน อันนี้ผมขอชื่นชมจริง ๆ

DSC07398

 

 

DSC07339

ระหว่างรอห้องพัก ก็ไม่รู้สึกหน่ายเพราะเรามัวแต่ตื่นเต้นกับมุมถ่ายรูปต่าง ๆ ที่บอกเลยว่าจะสวยไปไหน มันน่ารักน่าหยิกไปทุกมุม ยิ่งบรรยากาศหลังฝนตกแบบนี้ มีหมอกมาลอยเอื่อย ๆ ให้ได้ชื่นตา ยิ่งทำให้เรามีความสุขตั้งแต่ยังไม่เข้าห้องเลยล่ะ

DSC06804

DSC07410

DSC07433

งานสถาปัตยกรรมที่เห็นแยบยลคมคายไปทุกเหลี่ยมมุมนั้นย่อมไม่ธรรมดา เพราะได้รับการออกแบบโดย อ.กฤษฎา โรจนกร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากปราสาทโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

DSC06834

DSC07511

นอกเหนือจากงานสถาปัตยกรรมระดับปรมาจารย์แล้ว การจัดวางต้นไม้และสวนก็ทำออกมาได้ญี่ปุ่นสุด ๆ มีบ่อน้ำ มีลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่าน ท่ามกลางสีเขียวของต้นไม้ ตัดกับตัวอาคารสีเหลืองเทา ทำให้ถ่ายภาพออกมาแล้วยิ่งทำให้เชื่อเหลือเกินว่า ที่นี่คือญี่ปุ่น ไม่ใช่เชียงใหม่

DSC07573

DSC07414

เรายังคงสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูป อิ่มเอมไปกับการเสพงานศิลป์ผ่านโครงสร้างและพื้นผิวที่ให้รายละเอียดได้งดงาม ทำเอาตกหลุมรักตั้งแต่ยังไม่พ้นวันแรก

 

 

 

 

 

DSC07796

อีกความโดดเด่นน่ารักของที่นี่ ก็คือเจ้าเป็ดสุดคิวท์ฝูงนี้ ที่คอยเดินเล่นพะเน้าพะนอทักทายเหล่าอาคันตุกะผู้มาเยือน พร้อมว่ายน้ำเข้าเฟรมเหมือนรู้งานยังไงยังงั้น

 

 

DSC07563

DSC07435

DSC07483

ก่อนจะเข้าห้องพัก เราขอจัดมื้อเที่ยงวอร์มกระเพาะอาหารสักหน่อย ที่ซุ้มราเมงแบบญี่ปุ่น ด้วยเมนูเด็ดคือราเมงหมูชาชู และข้าวเทริยากิแซลม่อน โดยมีเซฟมาปรุงให้เรากินต่อหน้า บอกได้เลยว่าทั้งรสชาติและปริมาณนั้นถอดแบบมาจากแดนอาทิตย์อุทัยต้นตำรับมาไม่มีผิด

 

 

DSC07288

DSC06810

ได้เวลามาสำรวจห้องกันแล้ว โดยเราขอแนะนำห้อง GRAND IMPERIAL ONSEN SUITE ที่มาพร้อมกับออนเซ็นส่วนตัว สามารถแช่ได้ตามใจผ่อนคลายได้ทั้งวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือเขินอายเมื่อต้องแช่ร่วมกับผู้อื่น

 

 

DSC06862

อีกสิ่งที่เตะตาคือลวดลายของอ่างล้างหน้า ที่เป็นดอกไม้แสนงดงาม ซึ่งผู้เป็นเจ้าของรีสอร์ท บรรจงวาดด้วยมือของตัวเอง แถมยังซ่อนความเป็นท้องถิ่นด้วยการนำเอาลวดลายของชนเผ่าม้ง มาทำเป็นซองใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดผิวอีกด้วย ทำให้เกิดความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่า ที่นี่ก็ยังคือเชียงใหม่นะ

 

 

ถัดจาก GRAND IMPERIAL ONSEN SUITE เราก็เข้ามาพักที่ห้องของเรา นั่นก็คือ GRAND TERRACE SUITE ที่มีระเบียงกว้าง มองเห็นวิวสวนและทิวเขา ภายในตกแต่งแบบเรียวกังเหมือนกันทุกห้อง คือไม่มีเตียง จะนอนบนฟูกนุ่ม ๆ และหมอนนิ่ม ๆ พื้น ผนัง เพดาน ใช้ไม้เป็นวัสดุ มีภาพวาดตกแต่งได้ฟีลความเป็นญี่ปุ่นแบบขั้นสุดไปเลย

DSC06895

DSC06903

ที่เจ๋งคือมีชุดยูกาตะให้ใส่ สามารถเดินได้ทั่วรีสอร์ท โดยจะเป็นสีทองคาดดำ มีคลาสหรูดูแพง ภายในห้องนั้นมีดีเทลอีกหลายอย่าง แต่ที่ชอบมากคือเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่าที่ผลิตกลิ่นหอม ๆ สร้างบรรยากาศคลอเคล้าในห้อง รวมทั้งลูกสนที่เป็นพร็อพตกแต่งให้ไม่ลืมความเป็นภาคเหนือนั่นเอง

 

 

DSC06923

DSC06932

ระเบียงเปิดกว้าง วิวดีมาก

DSC06942

 

 

มีมุมให้จิบชา พร้อมกับลำไย ผลไม้ประจำฤดูกาล

DSC07266

แสงอาทิตย์เริ่มริบหรี่ ก็ได้เวลาเดินมาที่ห้องอาหารเย็น ที่ออกแบบได้โปร่ง โล่งสบาย พร้อมกับวิวทุ่งนาและภูเขา อิ่มเอมไปกับอาหารญี่ปุ่นและอาหารไทยท้องถิ่น โดยเราเลือกรับประทานเป็นยาคินิคุปิ้งย่าง แต่ถ้าใครชอบซดน้ำ ก็สามารถเลือกเป็นชาบูได้เช่นกัน

DSC07022

 

 

ส่วนผลไม้ก็จัดมาได้อย่างน่ารัก ของหวานอย่างโมจิสตรอเบอร์รี่ก็ทำให้สดชื่นได้ไม่เบา

 

 

DSC07058

กลับเข้าห้องมา ก็เจอกับความใส่ใจที่แสนอบอุ่น ด้วยการ์ดที่บอกถึงสภาพอากาศในวันพรุ่งนี้ ให้เราได้เตรียมพร้อมวางแผนสำหรับวันต่อไป พร้อมอวยพรให้เรานอนหลับฝันดี

 

 

ก่อนออกไปแช่ออนเซ็น แวะมาทานมื้อเช้าพอกรุบกริบ

DSC06992

DSC06838

และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ที่สำคัญที่สุด คือการใช้บริการแช่ออนเซ็น ที่จะเปิดให้บริการ 8 โมงเช้า โดยมีฝูงน้องเป็ดเดินมาส่งเราถึงทางเข้าด้วย

DSC07078

ที่นี่จะแบ่งเป็นโซนชายและหญิงแยกออกจากกัน ไม่อนุญาตให้แช่รวมกันโดยเด็ดขาด ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ถอดแบบมาจากที่ญี่ปุ่นทั้งหมด ใครเคยไปแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นแล้วชอบ คุณก็จะชอบที่นี่ด้วยเช่นกัน

 

 

การออกแบบของบ่อนั้นสวยงาม สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้

DSC07081

DSC07082

โดยขั้นตอนแรกเราต้องอาบน้ำถูสบู่ ชำระล้างร่างกายตรงหน้าบ่อเสียก่อน สำหรับโซนคุณผู้หญิงจะมีกางเกงในใช้แล้วทิ้งให้ใส่ตอนแช่ ส่วนโซนคุณผู้ชายจะต้องแก้ทั้งหมด

 

 

จากนั้นลงไปแช่บ่อ Indoor เป็นเวลา 15-20 นาที ให้ร่างกายได้ปรับตัวและผ่อนคลาย

DSC07125

DSC07084

ต่อด้วยการออกไปแช่บ่อ Outdoor ท่ามกลางสวนสวย ให้เราได้ดื่มด่ำทำสมาธิกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โดยอุณหภูมิจะสูงกว่าบ่อภายใน แต่ความรู้สึกไม่ต่างกันเพราะอากาศภายนอกนั้นเย็นกว่านั่นเอง โดยจะใช้เวลาในบ่อนี้ 15-20 นาทีเช่นเดียวกัน

 

 

 

 

 

จากนั้นตามด้วยการขึ้นไปแช่ออนเซ็นในอ่างไม้ เพื่อเพิ่มประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะแบ่งเป็น 2 อ่าง โดยให้เริ่มแช่ที่อ่างร้อน 15 นาที แล้วปิดท้ายด้วยอ่างเย็น เพื่อเป็นการปรับสมดุลให้ร่างกาย

DSC07088

DSC07173

เป็นการเติมเต็มการพักผ่อนที่สุดยอดครั้งหนึ่งในชีวิต ที่นอกเหนือจากเสพวิวและสถาปัตยกรรมสวย ๆ แล้ว เรายังได้มาฟื้นฟูผิวกายและระบบไหลเวียนเลือด ด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุอีกด้วย

 

 

DSC07261

หลังจากใช้บริการเสร็จ ก็ออกมาจิบชา เพิ่มความฟินไปอีกระดับ

 

 

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าพักในรีสอร์ท ก็สามารถเข้ามาใช้บริการออนเซ็นแห่งนี้ ร่วมทั้งรับประทานอาหารได้ด้วย โดยผู้ที่ไม่ได้พักในรีสอร์ทจะสวมใส่ยูกาตะสีดำ เพื่อความแตกต่างอย่างชัดเจน

DSC07811

DSC07780

นี่เป็นอีกครั้งกับการมาพักในรีสอร์ทที่สร้างความประทับใจ ทั้งโครงสร้างสถาปัตยกรรม สตอรี่ของพื้นที่ ทัศนียภาพรอบด้าน การนำเอาวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมาผสมกับความเป็นไทย ห้องพักที่มาตรฐานสูง การบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ถือเป็นรีสอร์ทที่ทำให้เรารู้สึกว่าได้ Retreat จริง ๆ Retreat ตั้งแต่กายภาพไปจนถึงจิตวิญญาณเลยทีเดียว

 

สอบถามและจองห้องพักได้ที่ >> http://www.onsenmoncham.com

 

 

สองยายพาตะลอน รีเจ้นท์ ชะอำ-หัวหิน : The Regent Cha Am Beach Resort

34

สองยายพาตะลอน รีเจ้นท์ ชะอำ-หัวหิน
The Regent Cha Am Beach Resort

คิดถึงยายกันมั้ยหลาน ๆ วันนี้สองยายกลับมาแล้ว จากครั้งก่อนพาไปเที่ยวนครนายก มาครั้งนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวทะเลชะอำ-หัวหิน กันบ้าง เพราะเดินทางสะดวก ใกล้กรุงเทพฯ นั่งรถไม่ไกล แบบนี้สองยายไหว ไม่เมื่อยขา

02

และ Regent – Chaam, Hua Hin คือจุดหมายและที่พักของเรา ซึ่งเหมาะกับครอบครัวและวัยรุ่นแบบยายมาก รีสอร์ทเค้าก็กว๊างกว้าง ติดทะเล มีต้นไม้เยอะเลย ที่ยายชอบคือเค้ามีลิฟท์สำหรับวัยรุ่นแบบ
ยายด้วยลูก เป็นลิฟท์สำหรับรถเข็นวีลแชร์โดยเฉพาะ สะดวกดี ยายมลนี่เลิฟเลย

25

 

DSC03725

จริง ๆ ไม่ใช่แค่ลิฟท์นะที่สะดวก ที่นี่เค้ายังทำเส้นทางให้สามารถเข็นวีลแชร์ได้ทั่วรีสอร์ทเลย ทีนี้ยายจะไปชายหาดก็ได้ ห้องอาหาร ล้อบบี้ สระว่ายน้ำก็ยังได้ ยายไปได้ทั่วเลยลูก

21

19
ได้เที่ยว ก็จะอารมณ์ประมาณนี้

DSC03706

DSC03705

DSC03821
มีมุมพักผ่อนเยอะเลย

 

นี่ไง ลิฟท์สำหร้บวีลแชร์ ยายชอบมาก

DSC03184

09

ห้องพักก็กว้าง เตียงนุ่มมาก ยายคองกับยายมลพักสบายเลย ได้มาสก์หน้า ดูละครกันเพลิน แถม นานน๊าน จะได้เปลี่ยนบรรยากาศ ออกมานั่งจิบกาแฟริมระเบียงชมวิวทะเลชิลล์ ๆ แบบนี้ ดีใจที่หลาน ๆ
พามาพักผ่อน

08

06

DSC03255

11

อีกไฮไลท์สำคัญคือดินเนอร์มื้อค่ำที่ Peppina On The Beach ร้านอาหารอิตาเลี่ยนริมทะเล อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและอาหารหลากชนิด ท่ามกลางบรรยากาศสุดผ่อนคลาย สองยายนี่ฟินมากกกก

DSC03406

 

16

17

32

แน่นอนว่ามาทะเลทั้งที ก็ต้องใส่ชุดว่ายน้ำซะหน่อย ยายคองกับยายมลมีหรือจะพลาด จัดแฟชั่นเซ็ทน่ารัก ๆ ริมสระ ริมทะเลมันซะเลย ให้รู้ซะบ้างว่าสมัยสาว ๆ ฉันก็แซ่บนะ

DSC03847

37

36

DJI_0683

27

อีกความประทับใจคือการต้อนรับและการเอาใจใส่ของพนักงานที่น่ารัก บริการดีมาก โดยเฉพาะการพายายขึ้นตุ๊กตุ๊กชมวิวรอบรีสอร์ท ตื่นเต้นสุด ๆ

29

30

26

มีรถตุ๊ก ๆ ไว้ขับพาชมบรรยากาศของรีสอร์ทด้วย ยายปลื้ม

DSC03693

ทริปนี้สองยายสนุกสนานแฮปปี้ ที่หลานพามาเที่ยว ได้ยิ้มได้หัวเราะ ได้แต่งตัวได้ทำอะไรหลุด ๆ เหมือนได้ย้อนวัยไปตอนสาว ๆ เป็นบั้นปลายชีวิตที่คุ้มค่ามาก หากใครอยากพาครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อนแบบนี้
ทักไปที่เพจ The Regent Cha Am Beach Resort ได้เลยนะลูก ๆ หลาน ๆ

 

สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
LINE @regentchaam (มี @ ด้วยนะ)  >> http://bit.ly/320anIB
หรือโทร 02-255-2818 ต่อ 400

Flora Creek Chiang Mai : พักผ่อนในสวนดอกไม้สุดโรแมนติกท่ามกลางขุนเขา จ.เชียงใหม่

ในบรรยากาศสายฝนโปรยปราย การเดินทางขึ้นเหนือดูจะเป็นคำตอบที่ใช่ เสาะหาที่พักบรรยากาศดี ๆ พาคนรักไปดื่มด่ำรับความโรแมนติกท่ามกลางขุนเขา ที่มีหมู่ดอกไม้คอยยอเย้าต้อนรับ ที่นี่ Flora Creek เชียงใหม่

Flora Creek Chiang Mai

23

10

จากกฤษดาดอย สวนดอกไม้สุดงดงามที่สร้างความตราตรึงใจในวัยเด็ก สู่ที่พักหรูที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ มีทำเลที่ตั้งอันยอดเยี่ยม โอบล้อมด้วยทิวเขาและลำธาร ในนาม Flora Creek โรงแรมที่มาในคอนเซ็ปต์ Coloured by seasons ที่นำเอาความสวยสดงดงามของเฉดสีตามฤดูกาลจากสวนดอกไม้นานาพรรณ มาใช้เป็นแนวคิดหลักในการสร้างบรรยากาศให้น่าจดจำ

33

34

องค์ประกอบภายในนั้นเลือกใช้โทนสีส้มอิฐ เขียว แล้วก็เทา เป็นหลัก งานออกแบบสถาปัตยกรรมนั้นสร้างตามแบบ Barn House หรือโรงนา ที่พรีเซนต์ออกมาในสไตล์ Modern-Localised Boutique Resort ตามแนวคิดใกล้ชิดธรรมชาติและให้ความเป็นส่วนตัวสูง โดยเลือกใช้วัสดุอย่างอิฐ ไม้ ปูน หิน เพื่อให้เกิดภาพชัดในเรื่องความกลมกลืนกับธรรมชาติ

24

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ Space ที่ลิงค์ภายนอกและภายใน เลือกใช้สีเทาให้ตัดกับไม้จริง การใช้ Skylight เพื่อให้พื้นที่มีความโปร่ง ในส่วนทางเข้าหลัก มีการออกแบบล้อบบี้ตรงทางเดินแบบไล่ระดับ โดยใช้ระแนงโอบล้อมด้วยน้ำและต้นไม้ ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ยิ่งไปว่านั้นเวลาที่แสงแดดสาดผ่านกระจกเข้ามา ทำให้เกิดเป็นภาพที่สวยงามมาก

 

35

โรงแรม Flora Creek ตั้งอยู่ที่อำเภอหางดง ห่างจากท่าอากาศยานเชียงใหม่เพียง 21 กิโลเมตรเท่านั้น ขับรถเพียงครึ่งชั่วโมงก็ได้มาสัมผัสกับมวลหมู่ดอกไม้ตามฤดูกาลแล้ว (ฤดูฝนแบบนี้ก็มีดอกไม้ให้ชม แถมต้นไม้ยังเขียวสุด ๆ ) ส่วนผู้ที่ไม่ได้เข้าพัก เขาก็เปิดให้เข้าชมแวะถ่ายรูปในสวนได้ด้วยนะ

และต่อจากนี้คือเซ็ทรูปในสวนดอกไม้ มีมุมถ่ายรูปเพียบเลยล่ะ รับรองว่าคุณสาว ๆ คุณป้า คุณย่า คุณยายจะต้องปลื้ม เซลฟี่กันไม่หยุด เก็บภาพกันไม่ยั้ง!

26

36

41

44

47

46

นอกเหนือจากดอกไม้แล้ว ภายในก็ยังมีแปลงสวนสวย ๆ ที่ออกแบบได้อย่างน่ารัก เดินกันเพลิน ๆ ระรื่นตาไปกับต้นไม้น้อยใหญ่ โดยยังใช้ชื่อว่าสวนดอกไม้กฤษดาดอย ขนาด 15 ไร่ ให้ผู้มาเยือนได้อิ่มเอมกับความงามของดอกไม้ทุกฤดูกาล โดยถูกแบ่งออกเป็น 3 โซน โซนแรกคือ Sunken สวนสไตล์ยุโรปด้านหน้า มีน้ำพุคอยสร้างความเคลื่อนไหว โซนบริเวณหน้าลานเฟื่องฟ้า (ห้องอาหาร Fueng Fah Bistro) โดดเด่นด้วยน้ำตกน้อย ๆ ที่คอยไหลให้ใจชุ่มฉ่ำ หรือจะเป็นโซนดอกบานชื่นหน้าห้องพัก ก็สวยเก๋ไม่ซ้ำใคร (โซนนี้เข้าได้เฉพาะผู้เข้าพักเท่านั้นนะจ้ะ)

08

38

43

DJI_0729

จากในสวนและดอกไม้สวยสด เราจะพาทุกคนไปชมในส่วนของโซนห้องพักกันบ้าง แค่รอบนอกก่อนเข้าห้อง บรรยากาศก็พาให้ใจสั่น เมื่อแสงแดดตกกระทบกับพื้นผิวของตัวอาคาร เป็นภาพที่น่าดึงดูดเป็นอย่างมาก เลยขอจัดมุมพอร์ตเทรทเบา ๆ อีกสักหน่อย

16

15

DJI_0713

Deluxe Horizon คือประเภทของพักของเรา โดดเด่นและสะดวกสบายด้วยขนาด 63 ตารางเมตร ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สามารถสัมผัสเส้นขอบฟ้าท่ามกลางบรรยากาศของดอกไม้และสายน้ำ จากระเบียงด้านหลังของห้อง ภายในห้องพักมีห้องน้ำขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับคู่รัก มีอ่างอาบน้ำให้แช่ประทินผิวมองวิวสวน พร้อม Bath Bomb 2 กลิ่นให้เราได้เลือกตีฟองตามใจชอบ ทำให้วันธรรมดากลายเป็นวันพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

11

13

14

12

03

นอกจากห้องพักอันแสนสะดวกสบายแล้ว ภายนอกเราจะได้รับพลังจากธรรมชาติ จากลำธารที่ตัดผ่าน ทำให้เกิดวิวแลนสเคปที่สวยงาม สร้างเป็นมุมถ่ายรูปสุดคูลได้อย่างลงตัว โดยมีทั้งสะพานไม้แสนคลาสสิกและสะพานคอนกรีตเป็นตัวเชื่อมสองบริเวณเข้าด้วยกัน

07

DSC05201

18

17

22
มีมุมผิงไฟจำลอง ให้ถ่ายรูปสวย ๆ กันด้วย

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่นั้นครบครันมาก ทั้งสปา ฟิตเนส และสระว่ายน้ำ ที่ถูกเนรมิตให้อยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ว่ายน้ำไปฟังเสียงลำธารไป เงยหน้ามาเจอร่มไม้ใหญ่เขียวขจีรอบตัว โดยแบ่งเป็นสระเด็กลึก 60 ซม. สระผู้ใหญ่ลึก 120 ซม. เป็นสระระบบเกลือ

04

DSC05775

52

02

55

53

จากวิวทิวทัศน์ ห้องพัก และสิ่งอำนวยความสะดวก เราเปลี่ยนมู้ดมาถึงอีกเรื่องสำคัญของการเข้าพัก นั่นก็คือการบริการและอาหารการกิน โดยเราจะพูดถึง Creek Cafe ห้องอาหารหลักของโรงแรม ที่เป็น All Dining สามารถเข้าไปใช้บริการได้ทุกมื้อตามเวลาที่กำหนดคือ

– Breakfast ตั้งแต่ 06.30 – 10.00 น.
– Lunch ตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น.
– Dinner ตั้งแต่ 17.00 – 23.00 น.
– Room Service 06.30 – 23.00 น. (ครัว Thai & International)

DSC05218

Creek Cafe เป็นห้องอาหารที่ตกแต่งในสไตล์ทรอปิคอลล้านนา เป็นความผสมผสานความอบอุ่นจากไม้และความแข็งแรงจากเหล็ก สร้างบรรยากาศให้คุณได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสทั้งไทยและเทศหลากหลายเมนู ที่พร้อมเสิร์ฟให้ได้อิ่มท้องตลอดทั้งวัน โดยเราได้สัมผัสถึง 4 เซ็ท 4 สไตล์

เซ็ทแรกคืออาหารฟิวชั่นตะวันตก มีหน่อไม้ฝรั่งพันเบคอน และสเต็กเนื้อวากิวเป็นพระเอก เคียงข้างด้วยของหวานอย่างชีสเค้กมะม่วง พร้อมสมู้ทตี้หลากรสชาติให้ได้ลิ้มลอง

เซ็ทที่สอง เป็นขันโตก เสิร์ฟแบบต้นตำรับฉบับภาคเหนือ พร้อมล้างปากด้วยขนมไทยที่จัดมาอย่างสวยงาม เข้าบรรยากาศสุด ๆ

เซ็ทที่สาม เป็นเซ็ทสุดพิเศษกับการปรุงวัตถุดิบหลักอย่างลำไย ผลไม้ประจำถิ่น ที่นำไปปรุงอาหารได้น่าสนใจหลากเมนู ทั้งแกงเผ็ดเป็ดย่างลำไย พล่าปลาแซลม่อนลำไย และซี่โครงหมูย่างราดซอสลำไย ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่างข้าวเหนียวเปียกลำไยเลิศรส บอกเลยว่าฟิน

และเซ็ทที่สี่ กับเมนูอาหารอิตาเลี่ยน ประกอบด้วยพิซซ่า ผักโขมอบชีส สปาเก็ตตี้พริกแห้ง และปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มเย็น ๆ และขนมหวานอย่าง Apple Crumble

นอกจากอาหารแล้ว มุมถ่ายรูปบริเวณนั้นก็น่าแชะไปเสียหมด

ตลอด 3 วัน 2 คืน ที่เราได้มาพักผ่อนที่นี่ รู้สึกเหมือนได้รีชาร์จเติมพลังให้ตัวเอง จากการรายล้อมด้วยธรรมชาติ บวกกับสถาปัตยกรรมและสวนดอกไม้อันสวยงาม เป็นอีกหนึ่งที่พักที่เราอยากแนะนำ หากคุณได้มาเที่ยวเชียงใหม่ แล้วเลือกพักที่ Flora Creek ดูสักครั้ง รับรองจะต้องติดใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Website : http://www.floracreekchiangmai.com
Tel : 052001400  Line : @floracreek

45

Devasom Khaolak : เทวาศรม เขาหลัก วิมานดิน ถิ่นตะโกลา

หากจะให้กล่าวถึงรีสอร์ทที่ HOT ที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในชั่วโมงนี้ คงจะหนีไม่พ้น เทวาศรม เขาหลัก จ.พังงา ที่สร้างด้วยคอนเซ็ปต์เมืองตะโกลา (ตะกั่วป่า) เมืองท่าอันรุ่งเรืองในอดีต ที่โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมย้อนยุคที่นำเอากลิ่นอายความเป็นเอเชี่ยนผสมยูโรเปี้ยนหลาย ๆ แบบมารวมกันได้อย่างกลมกลืนและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Devasom Khaolak : เทวาศรม เขาหลัก

DSC06850

DSC07266

วินาทีแรกที่ย่างกรายเข้ามาก็สัมผัสได้ทันทีว่า ที่นี่นั้นถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างละเมียดละไม พิถีพิถันกันทุกรายละเอียดจริง ๆ งาน Exterior ที่ดูโอ่อ่าหรูหราแต่ยังคงความเรียบง่าย ให้ได้ฟีลย้อนยุคแบบไม่มีกั๊ก ผมกับแฟนนั้นอินตามโดยไม่ต้องบิ้วท์เลยสักนิด เหมือนทะลุมิติมาอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายยังไงยังงั้น

DSC07275

DSC06794

 

DSC07280

แค่ Reception ก็มีมุมถ่ายรูปเพียบแล้ว ไม่รอช้า จัดไปแบบสวีต ๆ อย่าให้เสียของ

DSC07310

DSC07265

มาถึงก็เข้าบ่าย ความหิวก็มาเยือน เราเลยลงมาทานมื้อกลางวันกันก่อน ที่ห้องอาหาร TAKOLA (ตะโกลา) จะเสิร์ฟอาหารไทยฟิวชั่น และอาหารใต้รสจัดจ้าน ทำให้เราอารมณ์พลุ่งพล่าน ยิ่งอินเข้าไปอีก แต่ละเมนูที่นอกจากจะจัดมาสวยงามแล้ว รสชาติสำหรับเราสองคนนั้นคืออร่อยถูกปากถึงใจจริง ๆ ครับ

 

DSC07246

 

DSC07260

DSC06763

 

 

พอท้องอิ่ม ก็ได้เวลาเข้าห้อง ตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นมาก อยากเห็นห้องพักว่าจะเว่อวังอลังการอย่างที่เห็นในโซเชียลมั้ย และปรากฏว่า ถ้าจะให้บอกว่าสวยยังไม่ได้เลย เพราะมันเกินคำนั้นไปแล้ว อันนี้จากใจคือไม่ได้อวยเกินจริง แต่เข้ามาแล้วให้ลองสังเกตพวกข้าวของเครื่องใช้ พร็อพประดับห้อง ดีเทลของผ้าปูที่นอน หมอน ประตู ผนัง เพดาน กระเบื้องห้องน้ำ เรียกว่าทุกระเบียดนิ้วของห้องมันดูกลมกลืน มีอัตลักษณ์ สมบูรณ์แบบจนเราแทบไม่อยากไปแตะต้องอะไรเลย สองคืนต่อจากนี้คงจะเล่อค่ามาก ๆ

DSC06812

DSC07389

ชื่นชมห้องพักเสร็จก็ได้เวลาออกไปดูสิ่งที่น่าสนใจภายนอกกันต่อ อย่างภาพด้านบนเป็นมุมสตอรี่ของโรงแรม ที่เค้าเรียกว่าประตูมิติแห่งกาลเวลา ให้อารมณ์เหมือนย้อนเวลาสู่ยุคอดีต

 

DSC06787

DSC06769

เดินมาเรื่อย ๆ จนถึงมุมที่เป็นจุดเช็คอินยอดฮิตอย่างกำแพง Stepwell และหอคอย ที่โดดเด่นเป็นสง่า มีต้นมะพร้าวรายล้อมสวยงามลงตัวสุด ๆ รวมทั้งบริเวณท้ายสระว่ายน้ำที่จำลองเป็นเรือ ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังล่องอยู่ในมหาสมุทร แล้วแล่นผ่านประภาคารแห่งนครตะโกลา

 

DSC06780

มุมถ่ายรูปนะหรอ กดกันจนมือหงิกเลยครับ

DSC06979

DSC06856

บันได Stepwell มุมสุดฮิตที่ใครก็ต้องมาถ่าย

 

DSC06863

DSC06913

บริเวณข้างสระว่ายน้ำ เป็นที่ตั้งของห้องอาหารเย็น Devasom Beach Grill Bar
หากมากับแฟนต้องมาดินเนอร์ดูพระอาทิตย์ตกที่นี่ โรแมนติกมาก

 

DSC06989

แสงสุดท้ายของวัน ขอแค่มีฉันและเธอ

DSC06995

DSC06999

ฟ้าวันนั้นระเบิดร้อนแรงเร้าใจมาก

DSC07083

DSC07098

DSC07131

อิ่มเอมกับช่วงเวลาดีดี ก่อนจะหมดวัน ขอมาจุดเทียนสร้างบรรยากาศแช่อ่างกันหน่อย

DSC07772

Morning Kiss & Enjoy Coffee

ลืมบอกไป ห้องที่เราพักคือ Pool Paradise Suite มีอ่างอาบน้ำสไตล์วินเทจแยกตัวออกมา พร้อมระเบียงและสระว่ายน้ำส่วนตัว มองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งท้องทะเลสีฟ้าคราม และทุ่งมะพร้าวเขียวสด เป็นช่วงเวลาที่เราสองคนจะจดจำไปอีกนานแสนนาน

DSC07814

DSC07200

ใครใฝ่ฝันอยากจะมีโมเมนต์กินมื้อเช้าในสระส่วนตัว ที่นี่เขาก็มีบริการ Floating Breakfast ที่เราสามารถสั่งได้ตามใจต้องการ ดีงามสุด ๆ แต่จะลงไปกินบัฟเฟ่ต์อาหารเช้าไม่ได้แล้วนะ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ

DSC07188

DSC07169

กินไป แช่ไป มองวิวไป

DSC06782

บัฟเฟ่ต์ห้องอาหารเช้าก็ดีงาม มีให้เลือกเยอะ

DSC06764

เช้านี้เริ่มเดินสำรวจก็เจอห้องสมุด ที่ตกแต่งได้วินเทจ หรูหรามาก เอาคะแนนไปเต็มร้อย

 

 

มุมประตูไม้สุดคลาสสิก ยังไงก็ต้องถ่าย

DSC06760

นี่คือสปา ที่สร้างเพิ่งเสร็จสด ๆ ร้อน ๆ พอได้เห็นแล้วรู้สึกได้ทันทีว่าที่นี่คือ “อาศรมของเทวดา” สมชื่อ

 

 

DSC07411

จากนั้นเราได้โอกาสจากทางโรงแรมเป็นเพจแรก ที่ได้ขึ้นมาถ่ายห้อง Sky Villa ที่เป็นเพ้นเฮาส์สุดหรู เป็นห้องที่แพงและมีขนาดใหญ่ที่สุด มี 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น มีบัตเลอร์ประจำห้อง พร้อมห้องอาหารส่วนตัว ฟรีเครื่องดื่มทุกชนิด รวมทั้งห้องสตีมและสระว่ายน้ำสุดงาม ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลเขาหลักได้อย่างเต็มตา พักได้สูงสุด 6 ท่าน ส่วนราคาเต็มนั้นแน่นอนว่า หลักแสน!!

 

DSC07432

DSC07450

DSC07424

DSC07457

วิวที่เห็นจากด้านบน ยอมแล้ววววววววววว

 

รู้แล้วว่าทำไมราคาห้องถึงได้อยู่ในระดับนั้น เพราะภายในสวยงาม ดีเทลอลังการขั้นสุด

DSC07479

มุมประตูนี้จะพลาดได้อย่างไร

 

 

DSC06753

DSC06767

 

 

ภาพเซ็ทบน เป็นอีกห้องที่เราอยากแนะนำให้ลองมาพัก Seaside Junior Suite with Jacuzzi ที่ห้องน้ำกับระเบียงสวยมาก นอนแช่อ่างมองวิวทะเล ยิ่งถ้าเป็นตอนพระอาทิตย์ตกคงจะสวยขึ้นไปอีก เหมาะกับการพาแฟนมาสวีต หรือถ้าจะมาฮันนีมูนนี่ยิ่งฟินเลยครับ ถ้าอยากมาพักแบบนี้ อย่าลืมไปเล่นกิจกรรมในเพจกันด้วยนะครับ เผื่อจะได้เป็นผู้โชคดี

DSC06815

DSC07832

มีความสุขทุกท่วงท่าและอิริยาบถ

DSC07886

DSC07611

มุมนี้ตอนเย็นต้องมาเก็บเพิ่ม ได้แสงทไวไลท์

DSC07625

ฟ้าวันนี้ก็ยังโหดต่อเนื่อง

DSC07622

วนิลาสกาย กับรสจูบของเรา

DSC07626

DSC07664

ค่ำนี้ต้องขอมอบเวลาดินเนอร์ให้กับ Devasom Beach Grill Bar ที่เสิร์ฟอาหารตะวันตกและซีฟู้ดรสชาติถูกปาก พร้อมกับบรรยากาศสลัว ๆ ทำให้มื้อนี้มีความสุข โรแมนติกเหลือเกิน

 

DSC07671

DSC07684

จูบส่งท้ายให้ค่ำคืนอันแสนหวาน

 

ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ในอาณาจักรเทวาศรม เราทั้งสองคนได้รับประสบการณ์การพักผ่อนอันยอดเยี่ยม เวลานี้ ที่นี่คือ Luxury Resort ที่เราประทับใจมากที่สุด ทั้งเรื่องของการบริการ ความสวยงามมีเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรม ความสะอาด สิ่งอำนวยความสะดวก ทัศนียภาพ รสชาติของอาหาร และที่สำคัญที่สุดคือสตอรี่ที่มีกิมมิก มีคอนเซ็ปต์ชัดเจน นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะเอาอะไรมาติ บอกเลยว่านี่เป็นรีสอร์ทที่ควรมาสักครั้งในชีวิตจริง ๆ

DSC07808

อย่าเชื่อรีวิวนี้จนกว่าจะได้มาสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบ เอ็นจอยกับการเดินทางและวันหยุดกันนะครับ

 

 

 

 

สุขยิ่งกว่าการเดินทาง คือบ้านอันเป็นที่รัก… เศรษฐสิริ พหล – วัชรพล

คนเดินทางบ่อยแบบเรา การจะเลือกที่อยู่อาศัยก็อาจต้องละเมียดละไมสักหน่อย การจะเลือกบ้านสักหลังที่ตอบโจทย์ก็ต้องพิจารณาหลาย ๆ อย่าง แน่นอนว่าต้องสะดวกสบาย ปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด เพราะ หลาย ๆ ครั้งที่บินไกล ๆ อยู่บนเครื่องแคบ ๆ หลายชั่วโมง กลับมาบ้านก็อยากพักผ่อนให้เต็มที่ บรรยากาศทั้งในและนอกบ้านจึงสำคัญ ทำเลที่ตั้งก็เช่นกัน 

3_Jovial_final

MZT_9329

เพราะหลังจากการเดินทางอันยาวนานไม่ว่าจะไปท่องเที่ยว หรือทำงานฝ่ารถติด กลับมาบ้านก็อยากพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้สบาย และหนึ่งในย่านที่น่าอยู่สำหรับคนที่เดินทางบ่อย ก็คือย่านวัชรพล-พหลโยธิน โดยเฉพาะถนนเทพรักษ์ ที่เชื่อมระหว่างพหลโยธิน วัชรพล และรามอินทรา ทำให้การเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ สะดวกสบาย เพราะมีหลากหลายเส้นทางให้เลือกใช้ รวมถึงผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงาน ติดต่อธุรกิจที่ต่างประเทศบ่อยๆ หรือชอบเดินทางท่องเที่ยว ก็สามารถไป-กลับสนามบินดอนเมืองได้ง่าย หรือจะขึ้นทางด่วนไปสุวรรณภูมิก็สะดวก หรืออีกไม่นานจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม เพื่อความสะดวกการเดินทางมากยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการบ้านเดี่ยวที่อยู่ในย่านนี้ที่เป็นคำตอบที่เราตามหา ก็คือ หมู่บ้าน เศรษฐสิริ พหล – วัชรพล นั่นเอง ซึ่งถือได้ว่า เป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าโครงการหนึ่งก็ว่าได้

MZT_9322

ภายในโครงการถูกตกแต่งในสไตล์ตะวันออกที่เรียกว่า  Crafted Eastern Living – รังสรรค์ทุกรายละเอียดชีวิตตะวันออก ที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ทางเข้าโครงการ จนถึงภายในตัวบ้าน ที่นี่เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 4-5 ห้องนอน มี 4 แบบ เริ่มตั้งแต่ Cherish  ขนาด 186 ตร.ม., Jovial ขนาด 260 ตร.ม., Gracious ขนาด 317 ตร.ม. และ Ample ขนาด 345 ตร.ม. ซึ่งทุกขนาดมีห้องนอนชั้นล่างเพื่อผู้สูงอายุด้วย เรียกว่าตอบโจทย์ครอบครัวชาวตะวันออกอย่างเรา ๆ ได้ดีมาก ๆ

2_Gracious-Edit

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในบ้านเราจะพบจุดเด่นของบ้าน คือ พื้นที่บริเวณโถงประตูเข้าบ้านอย่าง TRANSITION SPACE เป็นส่วนแบ่งแยกภายนอกบ้านและในบ้าน เพื่อเปลี่ยนถ่ายความวุ่นวายจากภายนอกก่อนเข้าสู่โลกส่วนตัวแสนผ่อนคลาย นี่เป็นหนึ่งในจุดที่เราชอบมาก เพราะมันทำให้บ้านเป็นสัดส่วน ทุกอย่างถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบ ทำให้บ้านสะอาดตา ไม่รก มองไปทางไหนก็เรียบร้อย อยู่แล้วสบายใจ

MZT_9355

จากนั้นเดินมาเข้ามาเจอพื้นที่ห้องรับแขก เป็นมุมนั่งคุยพักผ่อน หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงานหรือเดินทางไกล การได้มานั่งเอกเขนกเพื่อปรับอารมณ์ รับพลังงานดี ๆ เข้าไป มันทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้จริง ๆ และทำให้เรารู้สึกว่า ต่อให้เดินทางออกไปสัมผัสความงดงามของโลกภายนอกมากแค่ไหน ก็ไม่สุขใจเท่ากับการได้กลับมาบ้านอันเป็นที่รักของเรา

MZT_9368

MZT_9391

นอกจากนี้บ้านมีพื้นที่พิเศษ เรียกว่า ระเบียง Balancing Space ที่เชื่อมต่อสวนรอบบ้านกับพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นพื้นที่เดียวกัน ช่วยเพิ่มพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ที่ทั้งสบายตา และสบายใจของคนในครอบครัว เพราะเราชอบใช้เวลาอยู่กับครอบครัว การได้ออกมานั่งจิบกาแฟรับแสงแดดยามเช้า หรือออกมานั่งอ่านหนังสือรับลมยามเย็น ทำกิจกรรมร่วมกัน มันทำให้ความสัมพันธ์ภายในบ้านยิ่งอบอุ่นขึ้นไปอีก

MZT_9414

MZT_9422

โดยระเบียงนี้เชื่อมต่อมาจากห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องนอนเพื่อผู้สูงอายุ พื้นเป็น ABSORPTION FLOOR ช่วยลดการกันกระแทก มีห้องน้ำในตัวที่ระดับพื้นห้องนอนและพื้นห้องน้ำเท่ากัน พร้อมเป็นประตูบานเลื่อน สามารถเข็นรถเข็นเข้าไปอาบน้ำได้สะดวก เราว่าส่วนนี้คือดีมาก เพราะเราเป็นคนนึงที่สนิทกับคุณยายมาก เราว่าผู้สูงอายุคือหัวใจของบ้าน การดูแลเอาใจใส่ท่านคือสิ่งที่ควรทำมากที่สุด

MZT_9394

เดินขึ้นไปชั้นบนก็พบกับห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) พื้นที่กว้างขวาง ตกแต่งเรียบหรูสวยงาม มีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก เป็นอีกห้องที่อยู่แล้วไม่อยากออกไปไหน มันดูผ่อนคลายสบายไปหมด นอกจากนี้ยังมีห้องนอน 2 และห้องนอน 3 สำหรับลูก ๆ ซึ่งตกแต่งได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู เป็นโทนสีที่สบายตาน่าพักผ่อน และมีมุมคิวท์ ๆ ไว้นั่งทำงานหรือทำการบ้านในห้องได้ด้วย เราว่าสิ่งแวดล้อมในบ้านมีส่วนทำให้เด็ก ๆ มีจินตนาการและพัฒนาการด้านอารมณ์ไปในเชิงบวกด้วยนะ

MZT_9435

MZT_9780