Sound of Laos : Road trip หนองเขียว เมืองงอย

ออกไปจากกรอบเดิม ๆ กับการเที่ยวแบบโนแพลน มีแต่ตัวและตั๋วเครื่องบิน จุดหมายตลอดการเดินทางคือการไปหาเอาข้างหน้า ซึ่งนำพาเราให้ไปพบกับหนองเขียวและเมืองงอย ปลายทางที่ทั้งสุข สนุก ประทับใจ มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นี่ …

MZT_0508

ถ้าเพื่อนๆ มีแพลนมาเที่ยวหลวงพระบางแบบวันเหลือ ๆ เราอยากแนะนำหนองเขียวและเมืองงอย เมืองที่แสนสงบเรียบง่าย ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาและสายน้ำอู ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในแถบลาวเหนือมายาวนาน ด้วยการที่เรามากัน 4-5 คน การเช่ารถขับคือคำตอบที่ใช่ อยากแวะตรงไหนก็แวะ ไม่มีกำหนดตายตัว จุดหมายของเราเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ผ่านไป 4 ชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึงหนองเขียวแบบชิลๆ

หลวงพระบาง_180301_0063

การเช่ารถที่หลวงพระบางจะมีให้เช่าแต่รถกระบะเท่านั้น เพราะถนนหนทางไม่ดี เช่าเลือกใช้ของ Avis เพราะน่าเชื่อถือดี ราคาก็น่าคบเพียงวันละ 55$ เท่านั้น หารกันไม่แพงเลย หรือใครอยากจะลุยแบบมันส์ ๆ นั่งรถสาธารณะ ก็ให้ไปหารถที่สถานีขนส่งสายเหนือ ตั้งอยู่หลังสนามบินหลวงพระบาง สำหรับตารางการไปหนองเขียวคือ 9.00น. / 11.30น. / 13.30น. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงเท่ากัน ราคาต่อเที่ยวประมาณ 40.000 กีบ

MZT_0423

MZT_0450

เราเดินทางกันในช่วงหน้าฝน ความเขียวชุ่มฉ่ำของวิวสองข้างทางยังคงเป็นอาหารตาให้เราเสมอ วิถีชีวิตบนสายน้ำอู รวมทั้งบทสนทนาของพวกเราบนรถที่ออกรสออกชาติกันอย่างสนุกสนาน นี่แหละฟีลการเดินทางแบบโร้ดทริปที่เราไม่อยากให้มันจบลงแม้สักวินาทีเดียว

พอขาทั้ง 8 ก้าวลงจากรถ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาที่พัก เพราะเราไม่ได้วางแผนอะไรมาทั้งนั้น สุดท้ายเรามาได้ที่พักชื่อ Nam Ou River Lodge ติดริมแม่น้ำอูเลย วิวดีโคตร ๆ

MZT_0425

ที่เจ๋งคือราคาโคตรถูก ห้องสำหรับ 2 คน คืนละ 400 บาทเอง หารแล้วตกคนละ 200 บาท/คืน บ้าไปแล้ว แถมอยู่ใกล้ตลาดอีกด้วย ตอนเช้าสามารถเดินออกไปเที่ยวได้เลย แต่ไม่มีแอร์และอาหารเช้านะ สำหรับเราสบาย ๆ อยู่แล้ว อากาศดีเปิดพัดลมก็เอาอยู่

MZT_0428

MZT_0463

พอเก็บของ นั่งพักจนหายเหนื่อย เราก็พร้อมออกไปเดินลุยถ่ายรูปตอนเย็น ๆ ทำความรู้จักเมืองนี้ให้มากขึ้น

MZT_0460

MZT_0477

MZT_0479

หนองเขียว_180301_0051

ที่หนองเขียว ไม่เพียงแต่ธรรมชาติที่บริสุทธิ์เท่านั้น ผู้คนก็เฉกเช่นเดียวกัน เราสัมผัสได้จากรอยยิ้มและแววตาอันอ่อนโยน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรากำลังตกหลุมรักเมืองนี้เข้าให้แล้ว

หนองเขียว_180301_0034

 

อาหารการกินที่นี่ก็มีไม่กี่ร้าน ส่วนใหญ่เป็นพวกข้าวกับเส้น ไม่ต่างจากบ้านเรามากนัก รสชาติถือว่าโอเคเลย ผู้คนก็พูดภาษาคล้ายคลึงกัน การสื่อสารจึงไม่เป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย

MZT_0505

มื้อขยี้ตาพร้อมบิดขี้เกียจ สองเท้าก้าวไปยังระเบียงห้อง แล้วเราก็ได้แต่ยืนเหม่อมองวิวตรงหน้าของเช้าวันที่สอง กลุ่มทะเลหมอกค่อย ๆ แทรกเข้าช่องเขา คลาเคล้ากับสายน้ำและวิถีคนเรือที่กำลังมุ่งไป ความสุขเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เพียงเท่านี้เอง

MZT_0506

พอตั้งสติได้ พวกเราก็ออกไปเดินเที่ยวหาของกินที่ตลาด และเมื่อเดินไปถึง สิ่งที่เห็นคือเราเซอร์ไพรส์มาก ไม่รู้ผู้คนแห่แหนมาจากไหน เพราะเมื่อวานเงียบมาก แทบไม่มีคนเลย ถามไปถามมาเราก็มารู้ว่ามันเป็นวันของ Walking Street ถนนคนเดิน พ่อค้าแม่ค้าเอาของมาขายจากต่างเมืองบ้าง คนเมืองอื่น ๆ ก็แวะมาเที่ยวบ้าง ที่น่าแปลกคือที่นี่มีแต่ฝรั่ง คนไทยหายากมาก แต่ก็ดี เราชอบบบ

MZT_0513

MZT_0517

MZT_0525

MZT_0540

ทุกสิ่งทุกอย่างในหนองเขียวยังคงความเรียบง่าย ไม่หวือหวา ปรับตัวบ้างตามความเหมาะสม บางครั้งความมีเสน่ห์คือการไม่ต้องก้าวกระโดดไปไหนไกล ความค่อยเป็นค่อยไปนี่แหละ ที่เอาเราอยู่หมัด

MZT_0555

MZT_0559

MZT_0570

MZT_0569

MZT_0567

MZT_0574

หลังจากเดินเล่นซึมซับบันทึกเรื่องราวหนองเขียวจนพอจะสนิทชิดเชื้อกัน ช่วงสายเราก็ได้เวลาเริ่มภารกิจเดินป่าไต่ความสูงขึ้นไปชมทิวทัศน์ความยิ่งใหญ่ของเมืองน่ารัก ๆ แห่งนี้

MZT_0576

วิวผาแดง พวกเราเสิชในกูเกิ้ลดูว่าเมืองนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง ซึ่งผาแดงคือแลนมาร์กสำคัญที่เราเห็นในรูปแล้วอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว ของแบบนี้ต้องพิสูจน์ จุดเดินขึ้นก็หาไม่ยาก ถามชาวบ้านได้เลยรู้จักทุกคน

เดินขึ้นมาหน่อยเราจะเจอบ้านของชาวบ้าน เป็นจุดนั่งพักและจุดเก็บเงิน ไม่แพง 20,000 กีบ ถือว่ากระจายรายได้ให้คนท้องถิ่น ที่น่ารักและเป็นมิตรกับเราเหลือเกิน

MZT_0582

MZT_0599

ระยะทางในการเดินขึ้นผาแดงเราไม่แน่ใจ แต่เราใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิด ๆ ก็เดินขึ้นไปถึงยอด ทางไม่ยากมาก แต่ก็ไม่ง่าย เพราะเต็มไปด้วยดินและโคลน เพราะเป็นหน้าฝน ที่สำคัญเราทั้ง 4 ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาเดินขึ้นเขา มันก็จะทุลักทุเลหน่อย ๆ

MZT_0591

MZT_0597
วิวระหว่างทาง
MZT_0610
จุดชมวิวบนยอด

และต่อไปนี้คือวิวของยอดบนสุด บอกเลยว่าระยะการเดินกับการได้เห็นวิวแบบนี้ มันโคตรคุ้ม คือมันสวยแบบตายไปเลย สวยชิบหายยยยย มันเขียวไปหมด เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ของขุนเขา สายน้ำที่ไหลตัดผ่านหมู่บ้าน ทุกอย่างมันกลมกลืนกลมกล่อม พวกเราแทบไม่อยากละสายตา ไม่อยากแม้แต่จะกลับลงไป อยากใช้เวลาขณะนั้นให้นานที่สุด เป็นไปได้จะเอาเต๊นท์มากางนอนข้างบนซะเลย

MZT_0621

หนองเขียว_180301_0096

MZT_0639

MZT_0649

 

หนองเขียว_180301_0078

ไม่คิดเลยว่าการเดินทางที่ไร้แบบแผน จะนำพาพวกเรามาเจอกับความห้ศจรรย์แบบนี้ เราขอบคุณตัวเอง ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ตัดสินใจเดินร่วมทางกัน เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดครั้งนึงของเราเลย มันดีมาก ที่ได้มานั่งฟังเสียงลม ฟังเสียงต้นไม้ และเสียงของอิสรภาพที่อยู่รอบตัว แต่เสียงที่ไพเราะที่สุดเห็นจะเป็นเสียงของเพื่อน ๆ เสียงของคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน และคงจะชอบมันไปอีกนาน …

MZT_0618

หนองเขียว_180301_0085

เมื่อพายุฝนกำลังคืบคลาน พวกเราจึงจำต้องจากลาผาแดง เราเดินลงมาอย่างมีความสุข เพราะการเดินทางในครั้งนี้เรามาแบบไร้ความคาดหวัง สิ่งที่ได้ประสบพบพานล้วนคือกำไรทั้งนั้น

MZT_0655

จากการที่พวกพวกเราได้พูดคุยกับชาวบ้านก็ได้ทราบว่าหนองเขียวแห่งนี้แท้จริงคือเมืองงอยใหม่ ส่วนเมืองงอยเก่าต้องนั่งเรือผ่านลำน้ำอูเข้าไปอีกเกือบ 2 ชั่วโมง เป็นเมืองงอยแท้ดั้งเดิม มีแต่ฝรั่งติสต์ ๆ ไปอยู่ ทุกอย่างยังดิบและโคตรสงบ เราได้ยินดังนั้นจึงจัดการเหมาเรือไปในเย็นวันนั้นเลย พร้อมเพื่อนเราอีกคนที่ตามมาสมทบได้ทันเวลาพอดี ส่วนเรือก็ติดต่อผ่านที่พัก Nam Ou River Lodge เลยจ้ะ

MZT_0664

MZT_0696

พวกเรานั่งเรือไปพร้อมกับความตื่นเต้นครั้งใหม่ ตื้นเต้นที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ตื่นเต้นที่ไม่รู้ว่าหนทางเบื้องหน้าจะเป็นยังไง พอ ๆ กับตื่นเต้นที่ได้เห็นแสงสุดท้ายของวันบนเรือลำนี้ พร้อมกับเสียงของสายน้ำอู ความเย็นฉ่ำของน้ำก็กระทบกับผิวกาย ทุกคนต่างยิ้มแต่ไม่พูดกัน สายตาของเรามองฟ้ามองภูเขาจนกระทั่งความมืดเริ่มเข้ามาทดแทน …

เรามาถึงเมืองงอยก็ทุ่มกว่าแล้ว ทุกอย่างเงียบและสงบมาก พอติดต่อหาที่พักได้เรียบร้อยก็หาข้าวกิน จากนั้นร่างกายที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ก็ค่อย ๆ สงบลงเพื่อเช้าวันใหม่ที่รอเราอยู่ …

MZT_0704

ที่พักของเราชื่อว่า Rainbow Guesthouse เป็นห้องพัดลมราคาโคตรถูก เพียงห้องละ 60,000 กีบ

MZT_0706

ตื่นเช้ามา เราก็ไม่รอช้ารีบออกไปเดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศของเมืองงอย ที่เมื่อคืนแทบมองไม่เห็นอะไร แต่พอได้เห็นในยามสว่างก็เข้าใจได้เลยว่าทำไม่ใครต่อใครต่างถึงยกให้ที่นี่เหมาะกับการมาพักผ่อนและตัดขาดจากโลกภายนอก คือมันทั้งเงียบสงบ อยู่ในทำเลที่ตั้งสวยงาม เหมือนเป็นเมืองลับแล คนที่หนองเขียวอยู่กับแบบเรียบง่ายแค่ไหน เมืองงอยนั้นเรียบง่ายกว่า

MZT_0715

MZT_0711

MZT_0723

เมืองงอยทำให้เราหลุดเข้าในอีกโลกนึง ชาวบ้านน่ารักเป็นมิตร บ้านทุกหลังส่วนมากสร้างด้วยไม้ทั้งหมด ถึงแม้จะมีบาร์อยู่บ้าง แต่นักท่องเที่ยวที่มาเขาก็ไม่ได้ส่งเสียงดังอะไร บางคนทิ้งความสุขสบายมาอยู่ที่นี่เป็นเดือน ๆ ก็มี หรือบางครั้งมนุษย์ก็ยังโหยหาความเรียบง่ายที่พวกเขาเคยปฏิเสธเมื่อครั้งยังไม่ตกผลึกทางประสบการณ์ เราตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าเรายังต้องการอะไรมากกว่านี้อีก ?

MZT_0726

MZT_0729

MZT_0730

MZT_0736

MZT_0725

 

หนองเขียว_180301_0106

น่าเสียดายที่เรามีเวลาเพียงคืนเดียวกับเมืองงอยแห่งนี้ ช่วงสายพวกเราจำเป็นต้องลาจากเพื่อกลับหนองเขียว แล้วมุ่งหน้ากลับไปเที่ยวหลวงพระบาง เป็นอีกวันที่ต้องเดินทางไกล แม้ว่าเราจะยังไม่สนิทกับเมืองงอยดี แต่ก็เหมือนได้มาทำความรู้จักเพื่อนใหม่ แล้วก่อนจากเราก็บอกกับเขาว่า โชคดี แล้วเจอกันใหม่นะ …

MZT_0758

MZT_0782

MZT_0794

MZT_0803

MZT_0823

MZT_0813

โบกมือลาเมืองงอยว่าใจหายแล้ว พอต้องมาจากหนองเขียวด้วยใจยิ่งหายกว่า นี่จะเป็นภาพและเสียงของความทรงจำที่เราจะไม่ลืม ขณะอยู่หลังพวงมาลัยรถ เรายังคงเงี่ยหูฟังความงดงามที่เกิดขึ้น เสียงของเพื่อน ๆ เหมือนมีระฆังแห่งความสุขก้องอยู่ในลำคอ เราได้ยินก็อดยิ้มไม่ได้ตลอดทาง …

MZT_0828

แล้วเจอกันใหม่ในรีวิว หลวงพระบาง เด้ออออออออ !!

หลวงพระบาง_180301_0077

 

 

 

 

 

Yangon : Boutique journey in Myanmar

เที่ยวย่างกุ้งแบบบูทีค สัมผัสอดีตเมืองหลวงของเมียนมาร์แบบทะลุปรุโปร่ง ตื่นตาตื่นใจไปกับมหาเจดีย์ชเวดากอง วัดวาต่าง ๆ เดินเล่นชมเมือง ซอกแซกในตลาด นั่งรถไฟแบบโลคอล ชิลล์กับคาเฟ่คูล ๆ และอรรถรสการเดินทางอีกมากมาย …

Yangon : Boutique journey in Myanmar

Cover Web

การเดินทางในครั้งนี้ผมไปกับสายการบิน Bangkok Airways บินแบบ Full Service ให้ฟีลลิ่งความบูทีคเต็มพิกัด ด้วยการไปนั่งทานของว่างที่ Boutique Lounge แห่งใหม่ ก่อนจะขึ้นเครื่องเดินทางไปยังเมืองย่างกุ้ง ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง! หลังจากนั้นก็ได้สิทธิ์รับกระเป๋าก่อนใคร ทำให้การท่องเที่ยวลื่นไหลยิ่งขึ้น

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พอสองเท้าย่างก้าวสู่ย่างกุ้ง ท้องก็สะดุ้งด้วยความหิว จุดหมายแรกจึงเป็นเรื่องกิน กับการเปิดซิงอาหารพม่าครั้งแรกในชีวิตที่ร้าน Feel Restaurant จะบอกว่าเหมือนข้าวแกงบ้านเราเลย แต่ของเขาจะมันกว่า อาหารทุกอย่างมันหมด ใครไม่ชอบมัน ๆ นี่คงลำบากสักหน่อย แต่โดยรวมแล้วโอเค

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พอกินอิ่ม เราก็มุ่งหน้าต่อไปยังเจดีย์โบตะทาวน์ สักการะเทพทันใจ ไฮไลท์ของนักเที่ยวสายบุญ ที่เชื่อกันว่ากราบขอพรอะไรแล้วเห็นผลเร็วทันใจ แต่ผมไม่ได้ขอนะ เพราะคนเยอะมากกกก

Bothatown Pagoda

MZT_5676

กำแพงสีทองแกะสลักภายในเจดีย์ ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ที่นี่โด่งดัง ความเรืองรองผ่องอร่ามแผ่กระจายอยู่รอบตัว เป็นความวิจิตรบรรงที่สะกดเราได้อยู่หมัด

MZT_5670

MZT_5712
เทพทันใจ

จากนั้นเราเดินทางต่อไปยังเจดีย์สุเล เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมกลางเมืองย่างกุ้ง สร้างในสมัยที่อังกฤษปกครองพม่า เจดีย์สุเลแห่งนี้นั้นเปรียบเหมือนหัวใจของย่างกุ้งเลยก็ว่าได้

Sule Pagoda

MZT_5739

MZT_5744

MZT_5726

สัมผัสในครึ่งวันแรกของย่างกุ้ง สร้างความประหลาดใจให้เราในระดับหนึ่ง เมืองนี้คึกคักมาก รถติดหนักกว่ากรุงเทพฯ หลาย ๆ ด้านมีความเจริญมากกว่าที่เราคิด และค่าครองชีพที่นี่สูงกว่าบ้านเรามาก แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังคงแต่งองค์นุ่งโสร่งเคี้ยวหมากกันเต็มเมือง เป็นภาพความผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและความทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างน่าดูชม

MZT_5728

MZT_5730

วันนี้ทุกอย่างดำเนินไปค่อนข้างชิลล์ เสร็จการเที่ยวในช่วงบ่ายแก่ ๆ ใกล้พลบค่ำ เราก็ย่ำสู่ที่พัก Novotel Yangon Max โรงแรมในเครือ Accor Hotels ที่ทันสมัย สะดวกสบาย และสวยงาม

Novotel Yangon Max

MZT_6228

MZT_5762
Feel Welcome

MZT_5792

MZT_5819

เดินสำรวจรอบโรงแรมแบบพอสังเขป ก็ได้เวลาเข้าไปพักผ่อนในห้อง ที่ซ่อนความประทับใจด้วยเซ็ทขนมและการ์ดต้อนรับ ที่เขียนเป็นภาษาไทย สะกดผิดบ้างถูกบ้าง แต่เราว่ามันน่ารักดี โอ้ยยยดีจัง

MZT_5767

MZT_5776

ภายในห้องนั้นตกแบบเรียบง่ายแต่ดูหรู ใช้สีโทนสบายตา ส่วนที่นอนนั้นก็นุ่มมาก ๆ หมอนก็เยอะได้ใจ พอเราได้นอนแล้วแทบไม่อยากจะลุกไปไหนเลย เนี่ย พอเห็นรูปแล้วก็ง่วงทันที ฮ่าาาาาาา

MZT_5777

MZT_5784

ก่อนจะรับประทานมื้อค่ำ เราขึ้นไปจิบเครื่องดื่มที่ Rooftop Bar เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย และเก็บภาพไฟกลางคืนที่เห็นวิวของมหาเจดีย์ชเวดากอง ที่เปิดไฟสว่างไสวไม่ไกลนัก

MZT_5820

MZT_5830

MZT_5838

MZT_5847
มหาเจดีย์ชเวดากองยามค่ำคืน

มื้อค่ำของเราเป็นภัตตาคารอาหารจีนในโรงแรม ซึ่งต้องบอกว่าสำหรับเราคืออร่อยทุกอย่างจริง ๆ ใครชอบติ่มซำนี่คือสวรรค์เลยล่ะ และพิเศษสุดตรงที่บางเมนู เชฟมาทำให้ชิมกันสด ๆ ได้อรรถรสมากกกกก

MZT_5865

วันที่สองเราจะออกนอกย่างกุ้งไปยังเมืองสิเรียม (45 กม.) เพื่อชมความสวยงามแปลกตาของเมืองที่เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสตั้งแต่ครั้งโบราณ โดยเมืองสิเรียมตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้งเชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี

MZT_5894

แต่ไฮไลท์ของเราอยู่ที่การข้ามเรือไปเที่ยวชมเจดีย์เยเลพญา บนเกาะกลางน้ำอายุนับพันปี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมือง พร้อมถ่ายรูปบรรยากาศที่น่าสนใจรอบ ๆ ทั้งวิถีชีวิตผู้คนและความงดงามของเจดีย์

Yele Paya The floating temple

MZT_5901

MZT_5889

MZT_5909

MZT_5920

MZT_5945

การมาเที่ยวที่นี่มีสิ่งที่ควรระวังคือแก๊งเด็กขอเงิน ให้เดินหนี อย่าให้เด็ดขาด ส่วนมากจะมาดักรอที่ท่าเรือข้ามฟาก และมักจะแต่งตัวเป็นทีมฟุตบอล ไกด์เราบอกว่าอาร์เซน่อลจะมีเยอะสุด ตลกมากกกกก ฮ่า ๆ

MZT_5949

จากนั้นเรากลับเข้ามาที่ย่างกุ้งอีกครั้งเพื่อแวะสักการะพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือพระนอนตาหวานที่คนไทยคงจะคุ้นหูคนเป็นอย่างดี ซึ่งองค์จริง ๆ นั้นงามและใหญ่แบบมากกกก ๆๆๆๆ

MZT_6421

MZT_6427

MZT_6437

เสร็จสิ้นจากสายบุญ เราก็ได้เวลามาเดินถ่ายรูปเล่นในเมืองอย่างที่โปรดปราน โดยจะอยู่ในบริเวณตลาดสก๊อต แหล่งช้อปปิ้งสำคัญของเมืองย่างกุ้ง ที่มีคนพลุกพล่าน นักท่องเที่ยวเยอะมาก เราเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ พร้อมเสพบรรยากาศโลคอลสมใจ

MZT_5964

MZT_5966

MZT_5982

ข้างตลาดนั้นยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์คริสต์แห่งนึง ที่เราว่ามันสวยมาก ๆ เลยต้องแวะเข้าไปเก็บภาพซะหน่อย

MZT_5993

MZT_6022

 

ตะวันใกล้พบตกดิน นั่นเป็นสัญญาณบอกให้เราต้องรีบไปมหาเจดีย์ชเวดากอง เพื่อไปถ่ายแสงเย็นกระทบกับเจดีย์สีทอง ไฮไลท์เด็ดประจำทริป ต้องบอกเลยว่าพอได้ไปเห็นของจริงแล้วมันสวยและยิ่งใหญ่มากจริง ๆ

Shwedagon Pagoda

MZT_6082

MZT_6063

MZT_6113

เจดีย์ชเวดากอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า มีอายุกว่า 2,500 ปี เป็นสถานที่อันเป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณของชาวย่างกุ้งและชาวพม่า มีลานอธิษฐานจุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ รอบพระเจดีย์มีประดิษฐ์กรรมสวยงามจับใจ ภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น และเครื่องอัฏฐบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรขนาดใหญ่และอัญมณีต่าง ๆ จำนวนมาก

MZT_6162

MZT_6156

MZT_6173

เมื่อความมืดมาทดแทนความสว่าง แสงไฟค่อย ๆ เปิดทีละดวง มหาเจดีย์แสนยิ่งใหญ่สว่างไสวท่ามกลางความมืดมิด รายล้อมไปด้วยพลังศรัทธาของผู้คนที่แห่แหนมาจากทั่วสารทิศ เป็นภาพที่งดงามเกินบรรยาย

MZT_6186

MZT_6188

MZT_6192

MZT_6199

ก่อนจะกลับเข้าที่พัก เรามาปิดท้ายวันด้วยการรับประทานมื้อค่ำสุดพิเศษ ที่ร้านอาหารฝรั่งเศสนามว่า Le Planteur ที่ทั้งบรรยากาศดีและอาหารก็รสชาติไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

MZT_6215

MZT_6218

MZT_6219

เช้าวันที่สาม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในทริป เราจะออกไปพบกับประสบการณ์แปลกใหม่กับการนั่งรถไฟรอบเมืองย่างกุ้ง เพื่อสัมผัสความเป็นท้องถิ่นให้ถึงราก พร้อมเดินลุยตลาดสด นี่แหละความบูทีคที่แท้ทรู

Yangon Railway Station

MZT_6241

MZT_6291

MZT_6295

MZT_6312

ทันทีที่ขึ้นรถไฟความตื่นเต้นก็ได้เริ่มต้นขึ้น เราเริ่มทักทายผูสัมผันธ์กับคนท้องถิ่น เพื่อที่จะได้ถ่ายรูปพวกเขาอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นโมเม้นต์ที่เราชอบที่สุดในทริปนี้ กับการนั่งรถไฟไปสามสถานีในราคาเพียง 5 บาท คุณอ่านไม่ผิดครับ มันแค่ 5 บาทจริง ๆ แต่ประสบการณ์ที่เราพบมันเกินคำว่าคุ้มไปมากจริง ๆ

MZT_6308

MZT_6355

MZT_6330

MZT_6374

MZT_6378

ความสนุกยังคงปรากฏต่อเนื่องจากบนรถไฟมายังตลาดสด ที่ที่ทำให้เราเพลิดเพลินในการถ่ายรูปมาก ได้เจอความเป็นโลคอลแบบที่มันเป็นจริง ๆ ความสุขในการเดินทางมันง่ายแค่นี้เอง ไม่ซับซ้อนเลยแม้แต่น้อย

MZT_6380

MZT_6386

MZT_6395

MZT_6409

ก่อนเราจะเดินทางไปสนามบินเพื่อกลับบ้าน เรามานั่งพักกินขนม ดื่มอะไรเย็น ๆ ที่คาเฟ่เก๋ ๆ ที่ถือว่าเป็นร้านดังแห่งเมืองย่างกุ้ง นามว่า Acacia Tea Saloon โดยพวกเราจัดหนักจัดเต็มทั้งเซ็ท Afternoon Tea รวมถึงเค้กและช็อกโกแลตหลากรสชาติ ก็มาทั้งทีต้องลองให้ครบ คิคิ

Acacia Tea Saloon

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เวลาแห่งความสุขสนุกในย่างกุ้งจำเป็นต้องหมดลงแล้ว การเดินทางมายังเมียนมาร์ครั้งแรกของเราถือว่าประทับใจเกินความคาดหมาย เมืองสวยคลาสสิก เจดีย์ยิ่งใหญ่อลังการ ผู้คนเป็นมิตร ประเทศนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่อีกมาก ถ้ามีโอกาสเราจะกลับมาเที่ยวในเมืองอื่น ๆ แน่นอน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
Yangon International Airport

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ท้ายที่สุดเราต้องขอขอบคุณสายการบิน Bangkok Airways ผู้สนับสนุนการเดินทางและดูแลเราเป็นอย่างดีตลอดทริป เป็นประสบการณ์สุดบูทีคจริง ๆ รวมถึง Accor Hotels สำหรับที่พักแสนพิเศษอย่าง Novotel Yangon Max ตลอด 2 คืนทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้มาพักผ่อนโดยไร้ความกังวลใดใด

#NonstopJourney #BangkokAirways
#BoutiqueJourney #เที่ยวย่างกุ้งแบบบูทีค
#AccorHotels #AccorHotelsAPAC
#FeelWelcome #NikonPhotography

 

 

Buengkan : Tales from the Northeast

นั่งรถไฟไปหนองคาย เพื่อออกเดินทางพิชิตเป้าหมายหลัก จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย “บึงกาฬ” ดินแดนศิวิไลซ์ของธรรมชาติและวัฒนธรรม พบกับมุมถ่ายภาพระดับโลกที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ที่ไหน พร้อมเรื่องราวของมิตรภาพสุดประทับใจตลอดการเดินทาง

บึงกาฬ : เรื่องเล่าจากอีสาน ความหอมหวานของมิตรภาพ

Cover 2

เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟสายอีสานมรรคา หัวลำโพง – หนองคาย เป็นขบวนใหม่ตู้นอนสะดวกสบาย เราเดินทางด้วยกันทั้งหมด 4 คน และมีสองคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที เราชอบนะที่จะได้พบเจอผู้คนใหม่ ๆ ในทุกการเดินทาง มันทำให้เราสนุกและแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา

ALP_9500

ออกเดินทางจากหัวลำโพงตอนกลางคืน ถึงตอนเช้าจะได้เที่ยวได้เลย

MZT_4379

การได้นั่งรถไฟเที่ยว อาจจะกินเวลานานหน่อย แต่มันเป็นยานพาหนะที่พิเศษ เราจะได้เห็นชีวิตผู้คนที่ต่างออกไป เราได้พูดคุยกันมากขึ้น มองจอสี่เหลี่ยมน้อยลง ได้แลกเปลี่ยนมุมมองการเดินทาง มีเรื่องราวสนุก ๆ ที่อยากจะแชร์ถึงกัน นั่นทำให้เราทั้ง 4 คนสนิทกันได้รวดเร็วขึ้น

ไม่ช้า แสงแรกของวันใหม่ก็แย้มลอดหน้าต่าง เป็นสัญญาณที่เราต้องเตรียมตัวเก็บข้าวของ เพื่อเตรียมตัวลงสู่สถานีรถไฟหนองคาย โดยเราจะนั่งรถสกายแลปแวะกินข้าวแถวตลาด ก่อนจะขึ้นรถตู้ไปบึงกาฬ …

ALP_9548

เป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นชีวิตอีกหลายมุม

MZT_4473

ทันทีที่เรามาถึงบึงกาฬ ก็มีเจ้าถิ่นมารับทันที เป็นรุ่นน้องสมัยมหาลัย เป็นคนบึงกาฬ ทริปนี้เขาจะเป็นคนพาเราทั้ง 4 ไปสัมผัสกับบึงกาฬอย่างเต็มอิ่ม มีเจ้าถิ่นพาเที่ยวแบบนี้ สนุกแน่นอน! โดยเริ่มจากสถานที่แรก …

สะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮง วัดอาฮงศิลาวาส

MZT_4426

 

แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ห่างจากตัวจังหวัด 21 กิโลเมตร ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดโดยไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” มีความกว้างประมาณ 300 เมตร

MZT_4434

นอกจากเดินชมวัดและวิวแม่น้ำโขงที่เห็นไปยังฝั่งลาวแล้ว ที่วัดอาฮงฯ ยังมีสวนหินโบราณให้เราได้เดินถ่ายรูปเล่น สามารถปีนไปยืนในมุมเท่ ๆ ได้แต่ต้องระมัดระวังด้วยนะ และที่สำคัญห้ามขีดเขียนหินโดยเด็ดขาด

MZT_4445

MZT_4459

MZT_4528

MZT_4481

ALP_9636

วันนั้นทั้งวัดมีแค่กลุ่มเรากลุ่มเดียวที่เข้ามาเที่ยว พวกเราถ่ายรูปเล่น วิ่งขึ้นหินกันอย่างสนุกสนาน อารมณ์เดียวกับที่เล่นตอนเด็ก ๆ กับเพื่อน แต่พวกเราไม่ได้เสียงดังนะ ต้องบอกไว้ก่อน เพราะยังไงก็ยังเป็นเขตของวัด ต้องให้เกียรติสถานที่ด้วย แต่สิ่งที่เจ๋งไปกว่านั้นคือการได้ชมพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำโขง แสงวันนั้นสวยมากจริง ๆ ได้รูปสวย ๆ เยอะเลยล่ะ

MZT_4559

MZT_4543

 

MZT_4594

MZT_4574

MZT_4567

MZT_4588

เมื่อสัมผัสความงดงามของพระอาทิตย์ตกกันแล้ว ก็เริ่มหิว เจ้าถิ่นไม่รอช้ารีบพาเราเข้าเมืองไปถนนคนเดิน หาของอร่อยลงท้องซะหน่อย ถนนคนเดินที่นี่ของกินเยอะและคึกคักว่าที่เราคิดมาก เดินกินนู้นนี่ไปเพลิน ๆ ขาช้อปก็คงถูกใจแน่นอน

ถนนคนเดิน บึงกาฬ

MZT_4633

MZT_4635

MZT_4641

MZT_4637

MZT_4650
ข้าวจี่ย่าง ปกติเราไม่ชอบ แค่ที่นี่โดนมาก ม่วนคักกก

เราทั้ง 5 กลับมาพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวสำหรับโปรแกรมในวันต่อไป ซึ่งเป็นจุดหมายหลักของเรา กับห้องเรียนธรรมชาติแสนยิ่งใหญ่ “ภูสิงห์” ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู โดยมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าทึ่ง มีหินรูปร่างแปลกตาจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นคือ “หินสามวาฬ” อันโด่งดัง

ภูสิงห์ หินสามวาฬ

MZT_4657

MZT_4681

DSCF1025

การมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่หินสามวาฬ คือ 1 ในดรีมลิสต์ของเราเลยนะ เพราะเป็นทิวทัศน์ที่สวยแปลกตา กับหินรูปร่างคล้ายหลังปลาวาฬ 3 ก้อน เปรียบเหมือนปลาวาฬ 3 ตัว ชาวบ้านเขาเรียกหินพ่อ หินแม่และหินลูก ชมวิวเบื้องหน้าเป็นทิวเขาไกลสุดสายตา เบื้องล่างเป็นต้นไม้ขึ้นหนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นป่ายาง มองไปทางไหนก็เขียวชื่นฉ่ำตาไปหมด

ALP_9783

MZT_4763

MZT_4808

MZT_4759

DSCF1021

MZT_4728

นอกจากหินสามวาฬแล้ว ที่ภูสิงห์ยังมีจุดท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง โดยเราตระเวนเที่ยวในโซนทิศใต้ หลังจากพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็มุ่งต่อไปที่จุดชมวิวถ้ำฤาษี ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ชมวิวทิวทัศน์อีกมุมของภูสิงห์

DSCF1078

MZT_4848

MZT_4853

DSCF1064

MZT_4873
หินหัวช้างก็มีนะ

ถัดจากหินหัวช้าง เราก็มุ่งต่อไปกำแพงหินภูสิงห์ หรือชาวบ้านจะเรียกกันว่า “ประตูภูสิงห์” เป็นกำแพงหินขนาดใหญ่มีช่องผ่าตรงกลางคล้ายประตู เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวยมาก

MZT_4919

MZT_4900

มีมุมเท่ ๆ ให้ปีนป่ายไปถ่ายรูปกันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องรู้จักเซฟตัวเอง อันไหนไปไม่ได้อย่าฝืน เอาเท่าที่ปลอดภัย อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อให้ได้รูปสวย ควรสวมรองเท้าที่มีดอกยางและป้องกันการลื่น

MZT_4909

MZT_4929

MZT_4925

ถัดจากประตูภูสิงห์ไป ก็จะเป็น “ส้างร้อยบ่อ” มีลักษณะเป็นลานหินขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก มีหลุม มีบ่อเล็ก ๆ นับร้อยตามชื่อ คล้าย ๆ กับสามพันโบก เป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปอีกแห่งที่สวยแปลกตาน่ามาเห็นสักครั้ง

MZT_4939

MZT_4943

ก่อนลงจากภูสิงห์เราก็แวะลานธรรม ไหว้พระเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่

MZT_4959

สำหรับเพื่อน ๆ ถ้าอยากมาเที่ยวที่ภูสิงห์ เราแนะนำให้ขับรถมา ขับมาจอดที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 ภูสิงห์  อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ แล้วไปลงชื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ โดยต้องให้รถโฟร์วีลของทางหน่วยพานำเที่ยวเท่านั้น เสียค่าบริการเพียงท่านละ 100 บาท

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : GPS 18.253148, 103.812333

ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ที่ : 088-5362717
พักเรื่องธรรมชาติ ขอกลับเข้าเมืองมานั่งชิลล์ที่คาเฟ่คูล ๆ ลิ้มรสเครื่องดื่มเท่ ๆ ก่อนจะไปเที่ยวต่อ

ROO SEUK DEE Cafe & Studio

DSCF1107

รู้สึกดี เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตกแต่งประดับประดาด้วยกล้องฟิล์มและเครื่องใช้เก่า ๆ เนื่องจากเจ้าของร้านนั้นเคยเป็นช่างภาพและห้องติดกันก็คือสตูดิโอถ่ายภาพที่เจ้าตัวนั้นเปิดมาก่อนนั่นเอง

DSCF1112

DSCF1124

DSCF1120
เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ “ชาไทยโกโก้” รสชาติเข้มถึงใจ ไม่ธรรมดา

DSCF1113

และก็มาถึงจุดหมายสุดท้ายของเราในช่วงเย็น นั่นก็คือการไปชมพระอาทิตย์ตกที่วัดเจติยาคิรีวิหาร หรือวัดภูทอก จุดเด่นของวัดภูทอกก็คือสะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้าง บันไดเวียนไปมารอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น โดยเราต้องเดินขึ้นบันไดไปจนถึงชั้น 3 จากนั้นจะเป็นทางเดินวนค่อย ๆ ขึ้นไป …

วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก)

MZT_5005

MZT_4969

MZT_4964

ALP_0019

MZT_4973

MZT_5027

ไฮไลท์สำคัญของวัดภูทอกคือพุทธวิหารที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีลักษณะเป็นหินแยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่แต่ไม่ตกลงมา คล้ายกับพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า มีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหาร เป็นที่ทำสมาธิและปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน และมีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของบันไดเวียนรอบเขา

MZT_5017

MZT_4989

MZT_5044

เราเดินวนขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อหามุมถ่ายพระอาทิตย์ดวงกลมโต พร้อมกับความคิดที่ผุดขึ้นว่า ต้องใช้ความศรัทธามากแค่ไหน กว่าจะสร้างสถานที่แห่งนี้ได้ ทั้งบันไดไม้และทางเดิน ต่างใช้ฝีมือคนทั้งนั้น เพราะบางช่วงก็แอบหวาดเสียวอยู่บ้าง อีกทั้งพุทธวิหาร การที่จะขึ้นมาปฏิบัติธรรมบนนี้ได้นั้น จิตใจต้องแน่วแน่มาก ๆ เพราะทั้งเงียบและสงบมากจริง ๆ แต่ถ้าหากต้องแลกด้วยการมองเห็นวิวสวย ๆ แบบนี้มันก็คุ้มค่าแหละเนอะ

MZT_5030

MZT_5052

แสงสุดท้ายค่อย ๆ ลาลับไป พร้อมกับสองเท้าของเรา ที่ค่อย ๆ ก้าวลงบันได ได้ยินแต่เสียงลม ทั้งลมหายใจที่เหนื่อยหอบ และสายลมที่พัดผ่านซอกหิน เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่พระสงฆ์ถึงได้นึกสร้างที่แห่งนี้ขึ้นมา การมาวัดภูทอกในครั้งนี้เราได้รับความนิ่ง สติ และสมาธิกลับไปนอนกอดเป็นของฝาก เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ได้เที่ยว ซึมซับเรื่องราวต่าง ๆ กับคนที่ชอบสิ่งเดียวกัน แล้วมิตรภาพก็ค่อย ๆ เบ่งบานอยู่ในใจ

ALP_9999

ก่อนเราจะกลับ รุ่นน้องเจ้าถิ่นได้บอกกับเราว่า “หน้าฝนมากันใหม่นะพี่ เดี๋ยวจะพาไปน้ำตกถ้ำพระ บอกเลยว่าโคตรสวย” เรา 4 คนรีบตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิด แล้วพบกันใหม่เมื่อฝนโปรยปราย … “บึงกาฬ”

ชมทีเซอร์ Video